Posted on

นักวิทยาศาสตร์ CDC ออกโรงเตือน: ข้อมูลบิดเบือนเรื่องวัคซีนอาจบ่อนทำลายความมั่นใจสาธารณชน

วัคซีนไม่ใช่เรื่องให้สงสัย! CDC เรียกร้องหยุดนำเสนอข้อมูลคลุมเครือ

เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนในการคัดค้านการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่สร้างความสับสน ความคลุมเครือ หรือแม้แต่ความสงสัยในความปลอดภัยของวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับโรคติดต่อและการระบาดใหญ่

ในเอกสารแถลงการณ์ภายในที่เปิดเผยโดยเว็บไซต์ STAT News เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ระบุว่า นักวิจัยภายใน CDC กังวลว่า ข้อมูลหรือการสื่อสารบางรูปแบบที่ปรากฏบนสื่อสาธารณะ ซึ่งอ้างถึงการ “เปิดรับข้อมูลหลายด้านเกี่ยวกับวัคซีน” หรือ “ตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของวัคซีน” นั้น ไม่ได้ช่วยให้เกิดการถกเถียงเชิงวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง แต่กลับส่งผลให้ประชาชนเกิดความลังเลในการรับวัคซีน (Vaccine Hesitancy) มากขึ้น

ดร. อแมนด้า โคห์ (Dr. Amanda Cohn) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนและผู้บริหารระดับสูงของ CDC กล่าวในแถลงการณ์ว่า

“ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือใด ๆ ที่สนับสนุนความคิดว่าวัคซีนสมัยใหม่ เช่น วัคซีนป้องกัน COVID-19 มีอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวในประชากรทั่วไป การเน้นย้ำความ ‘ไม่แน่ชัด’ ในเรื่องที่มีหลักฐานชัดเจนแล้ว อาจเป็นการบ่อนทำลายความไว้วางใจของสาธารณชนต่อระบบสาธารณสุข”

องค์กร CDC ได้เน้นย้ำว่า วัคซีนที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA) ต้องผ่านกระบวนการวิจัยและทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั้งในห้องทดลองและการทดลองในมนุษย์หลายระยะก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้นำไปใช้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 ซึ่งได้รับการติดตามผลในประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ข้อมูลสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ:

  • ตามรายงานจาก CDC Vaccine Safety Datalink ณ ปี 2024 พบว่าไม่มีหลักฐานเชิงสถิติที่ชี้ว่าวัคซีนโควิด-19 มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาวที่สูงกว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 เอง แหล่งข้อมูล: CDC Vaccine Safety Datalink – https://www.cdc.gov/vaccinesafety
  • สำนักงาน FDA สหรัฐฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการพิจารณาอนุมัติวัคซีนใหม่ และมีระบบตรวจสอบหลังการใช้งาน (Post-marketing Surveillance) อย่างต่อเนื่อง แหล่งข้อมูล: FDA – https://www.fda.gov/vaccines-blood-biologics
  • งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA ฉบับเดือนมีนาคม 2025 ยังสรุปด้วยว่า อัตราการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 อยู่ในระดับต่ำกว่า 0.01% และไม่มีผลกระทบสะสมในระยะยาวที่เป็นนัยสำคัญ

การสื่อสารสาธารณะในเรื่องวัคซีนจำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้และเชื่อถือได้ การเสนอแง่มุมที่ขัดต่อข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเน้นย้ำ “ความไม่แน่นอน” โดยไม่มีมูล อาจนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรง เช่น การปฏิเสธวัคซีนและการระบาดซ้ำของโรคที่ป้องกันได้ นักวิทยาศาสตร์ของ CDC จึงเรียกร้องให้สื่อมวลชน หน่วยงานรัฐ และบุคคลสาธารณะ ยึดหลักวิทยาศาสตร์และจริยธรรมในการสื่อสารสุขภาพทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิง:

  1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). https://www.cdc.gov/vaccinesafety
  2. U.S. Food and Drug Administration (FDA). https://www.fda.gov/vaccines-blood-biologics
  3. JAMA Network. “Surveillance of Adverse Events After COVID-19 Vaccination”, March 2025
  4. STAT News. “CDC Scientists Push Back Against Vague Messaging on Vaccine Safety”, June 2025
Posted on

สำนักงาน อย.สหรัฐฯ อนุมัติยาฉีด HIV แบบใหม่ ฉีดปีละ 2 ครั้งก็พอ

สหรัฐอเมริกา – มิถุนายน 2025
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้ยา เลนาคาพาเวียร์ (lenacapavir) ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า เยซทูโก (Yeztugo) เพื่อใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) โดยสามารถฉีดได้เพียง ปีละสองครั้ง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแนวทางการใช้ยา PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) และอาจเป็นก้าวสำคัญในการยุติการแพร่ระบาดของ HIV ทั่วโลก

✅ ยา PrEP รุ่นใหม่ที่ฉีดเพียง 2 ครั้งต่อปี

ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ต้องการใช้ PrEP เพื่อป้องกัน HIV จำเป็นต้องรับประทานยาเม็ดทุกวัน (เช่น ทรูวาดา – Truvada) หรือฉีดยาอะพรีทูด (Apretude) ทุกสองเดือน ซึ่งสร้างข้อจำกัดทั้งด้านเวลา ความต่อเนื่อง และความรู้สึกอายในการใช้ยาอย่างเปิดเผย

เยซทูโก (Yeztugo) แก้ไขปัญหานี้ด้วยรูปแบบยาฉีดใต้ผิวหนังทุก 6 เดือนที่สามารถป้องกัน HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นส่วนตัว โดย ดร.จาเร็ด เบเทน (Dr. Jared Baeten) รองประธานอาวุโสของบริษัทกิเลียด ไซแอนเซส (Gilead Sciences) กล่าวว่า “วิธีนี้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกควบคุมชีวิตของตนเองได้มากขึ้น โดยไม่ต้องคิดถึงยาอีกจนกว่าจะถึงอีก 6 เดือนถัดไป”

🔬 งานวิจัยสนับสนุนประสิทธิภาพ: 96–100%

ข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกขนาดใหญ่ ได้แก่:

  • PURPOSE 2 Trial
    ศึกษาในชายเพศกำเนิด ชายข้ามเพศ หญิงข้ามเพศ และบุคคลไม่ระบุเพศที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย พบว่า เยซทูโก (Yeztugo) ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ถึง 96% และมีเพียง 2 รายจาก 2,180 คนที่ติดเชื้อในกลุ่มทดลองยา
    [ที่มา: Baeten et al., 2024 – Gilead Sciences]
  • PURPOSE 1 Trial
    ทำการศึกษาในผู้หญิงเพศกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันออกและตอนใต้ ผลลัพธ์แสดงว่า ไม่มีผู้ติดเชื้อ HIV รายใดในกลุ่มที่ได้รับเลนาคาพาเวียร์ (lenacapavir) ซึ่งหมายถึงประสิทธิภาพ 100%
    [ที่มา: Flexner et al., 2024 – NEJM, ยังไม่ตีพิมพ์ฉบับเต็ม]

🧪 ผลข้างเคียงและความปลอดภัย

ผู้เข้าร่วมการทดลองรายงานว่า ยานี้ ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง ยกเว้นเพียงอาการ ระคายเคืองเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดยา ซึ่งเป็นอาการปกติของยาฉีดใต้ผิวหนัง

หญิงที่ตั้งครรภ์ระหว่างการทดลองก็สามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม

🌍 โอกาสระดับโลกในการยุติ HIV

แดเนียล โอเดย์ (Daniel O’Day) ซีอีโอของกิเลียด ไซแอนเซส (Gilead Sciences) กล่าวว่า “เยซทูโก (Yeztugo) ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในรอบหลายทศวรรษ เพื่อเป้าหมายการยุติการแพร่ระบาดของ HIV ทั่วโลก”

เพื่อสนับสนุนการเข้าถึง กิเลียดได้ร่วมมือกับองค์กรยาระหว่างประเทศ ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์กับผู้ผลิตเจนเนอริกใน 120 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง

งานวิจัยโดย ฮิลล์ และคณะ (Hill et al., 2024) เผยว่า ยาตัวนี้อาจสามารถผลิตได้ในราคาต่ำเพียง 25–100 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี หากมีการแข่งขันในตลาดเจนเนอริกอย่างเหมาะสม
[ที่มา: Journal of Antimicrobial Chemotherapy, 2024]

⚠️ ความท้าทาย: ตัดงบวิจัย HIV ในสหรัฐฯ

แม้ FDA จะอนุมัติยานี้ แต่สถานการณ์ในระดับรัฐบาลกลับไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากในงบประมาณปี 2026 รัฐบาลทรัมป์มีแผน ตัดงบประมาณกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการวิจัย HIV และการป้องกันผ่าน CDC และหน่วยงานสาธารณสุขโลก

คาร์ล ชมิดต์ (Carl Schmid) จาก HIV+Hepatitis Policy Institute เตือนว่า “นี่คือเวลาสำคัญที่จะเร่งลงทุน ไม่ใช่ลดทอนความพยายามในการป้องกัน HIV”

✳️ สรุป: ยุคใหม่ของการป้องกัน HIV

ประเด็นรายละเอียด
ยาใหม่เลนาคาพาเวียร์ (lenacapavir)
ชื่อการค้าเยซทูโก (Yeztugo)
การใช้ยาฉีดใต้ผิวหนังปีละ 2 ครั้ง
การอนุมัติโดย FDA สหรัฐฯ – มิถุนายน 2025
ประสิทธิภาพ96–100%
ผลข้างเคียงระคายเคืองบริเวณฉีดเล็กน้อย
ราคาเจนเนอริก (คาดการณ์)$25–100 ต่อปี

แหล่งอ้างอิง:

  • U.S. FDA. (2025). Approval Summary: Yeztugo (lenacapavir)
  • Gilead Sciences. (2024). PURPOSE 1 and 2 Clinical Trial Results
  • Hill, A. et al. (2024). Projected Cost of Long-Acting PrEP. Journal of Antimicrobial Chemotherapy