Posted on

🧠 งานวิจัยใหม่ไขปริศนา สมองผู้หญิงกับอัลไซเมอร์ทนทานกว่าที่คิด

📰 ประเด็นข่าวที่น่าสนใจ

แม้ผู้หญิงจะมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงกว่าผู้ชาย แต่คำถามสำคัญคือ สมองของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะเริ่มมีอาการหลงลืมหรือสมองเสื่อม

งานวิจัยล่าสุดจากวารสาร JAMA Network Open พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า
👉 ผู้หญิงวัย 60 ปีขึ้นไปมีการสะสมของพยาธิสภาพอัลไซเมอร์ในสมองมากกว่าผู้ชายจริง
แต่ในขณะเดียวกัน โครงสร้างสมองกลับยังถูกทำลายน้อยกว่า

👥 ศึกษาในกลุ่มคนทั่วไป ยังไม่เป็นสมองเสื่อม

การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากอาสาสมัคร 503 คน อายุระหว่าง 60–69 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมืองนิวยอร์ก และ ยังไม่มีภาวะสมองเสื่อมหรือความจำบกพร่อง

จุดเด่นของงานวิจัยคือ

  • กลุ่มตัวอย่างมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ
  • ใช้การตรวจสมองด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ได้อาศัยเพียงการประเมินอาการ

ทำให้ผลการศึกษาสะท้อนภาพของ “คนทั่วไปในชุมชน” ได้ค่อนข้างดี

🧬 ผู้หญิงมีการสะสมอะไมลอยด์และโปรตีนเทามากกว่า

ผลการตรวจสมองพบว่า

  • ผู้หญิงมีการสะสมของ อะไมลอยด์เบตา (amyloid-β) มากกว่าผู้ชาย
  • มีการสะสมของ โปรตีนเทา (tau) มากกว่า โดยเฉพาะในระยะกลางถึงระยะค่อนข้างรุนแรงของโรคอัลไซเมอร์

ความแตกต่างนี้ยังคงพบอยู่ แม้จะพิจารณาปัจจัยอื่นแล้ว เช่น

  • อายุ
  • ระดับการศึกษา
  • เชื้อชาติ
  • ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือด
  • ยีนเสี่ยงอัลไซเมอร์

แสดงให้เห็นว่า เพศเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพของโรค

🧬 ยีน APOE ε4 ทำให้ผู้หญิงเสี่ยงมากขึ้น

นักวิจัยยังพบว่า ในกลุ่มที่มียีนเสี่ยง APOE ε4

  • ผู้หญิงมีการสะสมของโปรตีนเทาในสมองมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน
  • ความแตกต่างนี้เห็นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในสมอง

ข้อมูลนี้ช่วยอธิบายว่า ผู้หญิงที่มียีน APOE ε4 อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดพยาธิสภาพอัลไซเมอร์มากกว่าผู้ชายที่มียีนเดียวกัน

🧠 แม้พยาธิสภาพมากกว่า แต่สมองผู้หญิงยังแข็งแรงกว่า

แม้ผลตรวจจะพบพยาธิสภาพของอัลไซเมอร์มากกว่า แต่เมื่อดูโครงสร้างสมองกลับพบว่า

  • ผู้หญิงมี ความหนาของเปลือกสมองในบริเวณสำคัญมากกว่าผู้ชาย
  • มีร่องรอยความเสียหายในสมองจากโรคหลอดเลือดน้อยกว่า

นักวิจัยอธิบายว่า อาจเป็นเพราะ สมองของผู้หญิงมีความสามารถในการทนต่อพยาธิสภาพได้ดีกว่า หรือที่เรียกว่า brain resilience
ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงจำนวนมากจึงยังไม่แสดงอาการ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในสมองแล้ว

🌸 ฮอร์โมนและวัยหมดประจำเดือนอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยหมดประจำเดือน
  • ปัญหานอนไม่หลับหรือภาวะซึมเศร้า

อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้สมองของผู้หญิงมีแนวโน้มสะสมพยาธิสภาพมากขึ้นในช่วงวัยกลางคน ขณะเดียวกัน สมองก็อาจยังชดเชยความเสียหายได้ดีในระยะแรก

🌍 อายุและเชื้อชาติไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

การศึกษานี้ไม่พบว่า

  • อายุ (ในช่วง 60–69 ปี)
  • เชื้อชาติหรือชาติพันธุ์

ส่งผลต่อความแตกต่างระหว่างเพศในพยาธิสภาพอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่า ในระยะโรคที่รุนแรงกว่านี้ อาจต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม

⚠️ ข้อจำกัดที่ควรทราบ

นักวิจัยย้ำว่า

  • งานวิจัยนี้เป็นการศึกษา ณ ช่วงเวลาเดียว ไม่สามารถสรุปสาเหตุในระยะยาวได้
  • ใช้การรายงานเพศด้วยตนเอง ไม่ได้แยกบทบาททางสังคมหรือวัฒนธรรม
  • ยังต้องการกลุ่มตัวอย่างที่สมดุลมากขึ้นในอนาคต

🧩 ความหมายต่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

ผลการศึกษานี้ช่วยตอกย้ำว่า
👉 อัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคที่เหมือนกันในผู้หญิงและผู้ชาย

การคัดกรอง ป้องกัน และวางแผนดูแลสุขภาพสมองในอนาคต อาจต้อง

  • คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างเพศมากขึ้น
  • ให้ความสำคัญกับผู้หญิงวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้ที่มียีนเสี่ยง

เพื่อชะลอโรคและลดผลกระทบในระยะยาว

📚 แหล่งที่มา:

Akinci M, et al.
Sex Differences in Alzheimer Disease Imaging Biomarkers in a Diverse, Community-Based Cohort.
JAMA Network Open.
Published January 27, 2026.
doi:10.1001/jamanetworkopen.2025.54524

บทความนี้เป็นงานวิจัยแบบเปิดเผย (Open Access) ภายใต้สัญญาอนุญาต CC-BY License

⚠️ Disclaimer (ข้อจำกัดความรับผิดชอบด้านสุขภาพ)

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการ ให้ข้อมูลด้านสุขภาพและงานวิจัยทางการแพทย์แก่ผู้อ่านทั่วไป เท่านั้น เนื้อหาอ้างอิงจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่เชื่อถือได้ ณ เวลาที่เผยแพร่ แต่ ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาใดๆ

ข้อมูลที่นำเสนอ ไม่สามารถใช้แทนคำปรึกษา การตรวจวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ผู้อ่านไม่ควรตัดสินใจด้านสุขภาพหรือหยุด เปลี่ยนแปลงการรักษาใดๆ โดยอาศัยข้อมูลจากบทความนี้เพียงอย่างเดียว

หากผู้อ่านมีอาการผิดปกติ ปัญหาสุขภาพ หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับโรค การใช้ยา หรือการดูแลสุขภาพ ควร ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อรับคำแนะนำที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและบริบทเฉพาะของแต่ละบุคคล

เว็บไซต์ Coohfey.com และผู้เขียนบทความ ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้โดยตรงหรือโดยอ้อม.