Posted on

ซากเรืออัปปางอายุ 3,300 ปีที่เพิ่งค้นพบ กำหนดนิยามใหม่ให้กับประวัติศาสตร์การเดินเรือโบราณ

เยรูซาเลม, อิสราเอล – การค้นพบได้เกิดขึ้นบริเวณหนึ่งที่เป็นส่วนลึกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งได้เปลี่ยนความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติการทางทะเลในสมัยโบราณ หน่วยงานโบราณวัตถุของอิสราเอลได้ประกาศเกี่ยวกับการขุดพบซากเรืออับปางอายุ 3,300 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยพบมา ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิวัติความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินเรือในโลกยุคโบราณ

ซากเรือดังกล่าวคาดว่ามีอายุย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 13 หรือ 14 ก่อนคริสตศักราช โดยถูกค้นพบห่างจากชายฝั่งประมาณ 90 กิโลเมตร (56 ไมล์) และอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวทะเล 1.8 กิโลเมตร (1.1 ไมล์) และสิ่งที่น่าทึ่งคือพบขวดที่ไม่บุบสลายหลายร้อยใบบนซากเรือดังกล่าวอีกด้วย ตามการแถลงของเจ้าหน้าที่

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการสำรวจสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเลของบริษัทเอเนอร์เจียน ซึ่งเป็นบริษัทผลิตก๊าซธรรมชาติในลอนดอน โดยนายคาร์นิท บาฮาร์ทาน(Karnit Bahartan) หัวหน้าทีมสำรวจ ได้บรรยายถึงช่วงเวลาแห่งการค้นพบว่า “ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มโกศขนาดใหญ่ เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก” และในเวลาต่อมาบริษัทเอเนอร์เจียนได้เริ่มดำเนินการเพื่อเก็บกู้ขวดโหลเพื่อนำมาจัดการแสดงที่วิทยาเขตพิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้านโบราณคดีแห่งอิสราเอลในกรุงเยรูซาเลมที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่

นายชาร์วิต ยาคอฟ ผู้อำนวยการหน่วยโบราณคดีทางทะเลของหน่วยงานโบราณวัตถุแห่งอิสราเอล กล่าวว่าเรือลำนี้อาจถึงจุดอัปปางเนื่องจากพายุหรืออาจเผชิญกับโจรสลัด “นี่เป็นซากเรือลำแรกที่ถูกค้นพบใต้ท้องทะเลลึกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก” คาดว่าขวดที่พบบนเรืออาจจะใช้เพื่อขนส่งน้ำมัน ไวน์ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ ซึ่งบ่งบอกถึงการมีอยู่ของเส้นทางการค้าทางทะเลระยะไกล สิ่งที่พบครั้งนี้ขัดแย้งกับสมมติฐานก่อนหน้านี้ที่ว่าการเดินเรือในสมัยโบราณเป็นการเดินทางระยะสั้นจากท่าเรือหนึ่งไปยังอีกท่าเรือโดยมองเห็นแนวชายฝั่งเท่านั้น “เรือที่เพิ่งถูกค้นพบได้เปลี่ยนความเข้าใจในการเดินเรือในโลกยุคโบราณ” ชาร์วิตกล่าว “นี่เป็นความรู้สึกระดับโลก: การค้นพบนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเดินเรืออันน่าทึ่งของคนโบราณ ซึ่งทำให้สามารถข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้โดยไม่ต้องมองเห็นชายฝั่ง ในการเดินทางระยะไกลนี้คุณจะเห็นเพียงเส้นขอบฟ้าเท่านั้น “

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับทักษะการเดินเรือขั้นสูงของกะลาสีเรือโบราณเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงเครือข่ายการค้าที่กว้างขวางที่มีอยู่ทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากการค้นพบครั้งนี้คาดว่าจะกระตุ้นให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีประเมินประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลกยุคโบราณได้อย่างลึกซื้งอีกครั้ง.

Glutamax กลูต้าแมกซ์ แพ็กคู่สุดคุ้ม (บรรจุ 30 แคปซูล/ซอง)

ดูโปรโมชั่น

Posted on

New Study Reveals Genetic Trigger for Obesity

In a groundbreaking study, researchers have identified a specific genetic mutation linked to obesity, challenging the conventional understanding that weight management is solely about diet and exercise. According to the study published in the journal Med, a mutation in the SMIM1 gene has been identified as a significant factor contributing to obesity in some individuals.

Dr. Mattia Frontini, the lead author of the study and a senior fellow at the British Heart Foundation, highlighted the complexity of obesity’s causes. “Obesity’s causes are very complex and in the majority of cases, a combination of many factors. In this study, however, we found a clear genetic trigger for obesity,” he stated.

Using data from the UK Biobank, a comprehensive biomedical database, researchers compared individuals with two faulty copies of the SMIM1 gene to those without the mutation. The findings revealed that women with this genetic variant weighed an additional 4.6 kilograms (10.14 pounds) on average, while men weighed an extra 2.4 kilograms (5.29 pounds).

Dr. Frontini explained that the mutation in the SMIM1 gene leads to decreased thyroid function and lower energy expenditure. “Given the same food intake, less energy is used, and this excess is stored as fat,” he noted.

Dr. Philipp Scherer, director of the Touchstone Diabetes Center at the University of Texas Southwestern Medical Center, praised the study for its clarity in identifying a specific gene rather than a vague genomic locus. “It is an exciting study in that it puts a new gene on the map. We think we’re looking at a gene here that we can further study,” Scherer said.

The prevalence of this genetic mutation is relatively low, affecting about 1 in 5,000 people. Despite its rarity, this translates to a significant number of individuals who may unknowingly struggle with obesity due to their genetic makeup. “You multiply that to a population of 10 (million), 15 million and there’s quite a few people out there that would walk around with that mutation,” Scherer added.

Thyroid dysfunction, which affects nearly 2% of the UK population, is often treated with affordable medication. The researchers aim to determine if individuals with the SMIM1 mutation can benefit from similar treatments. “If they do, we plan to run a randomized clinical trial to determine if they would benefit from the treatment,” Frontini said, expressing hope that this could improve the quality of life for affected individuals.

While genetic factors are a crucial piece of the puzzle, obesity is influenced by a myriad of elements including lifestyle habits, sleep, medications, health conditions, and environment, according to the National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases.

Registered dietitian Brooke Alpert emphasizes a balanced approach to weight management. “Severe restrictive dieting is not the answer,” she said, cautioning against demonizing foods, which can lead to cycles of restriction and bingeing.

As research into genetic factors and potential treatments continues, current best practices for obesity treatment include GLP-1 medications, according to Dr. Scherer.

This study represents a significant step forward in understanding the genetic underpinnings of obesity and opens the door to potential new treatments that could help those affected by this genetic mutation.

LALIO ครีมบำรุงผิวหน้า GLUTA MILK WHITENING CREAM 80 มล. (แพ็ก 3 ชิ้น)

Posted on

ผลวิจัยชิ้นใหม่บ่งชี้ถึงประโยชน์ในระยะยาวของการฝึกความต้านทานกล้ามเนื้อสำหรับผู้เกษียณอายุ

การเกษียณอายุมักจะถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการพักผ่อนและเป็นช่วงเวลาการใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ซึ่งมีผลการวิจัยชิ้นใหม่ชี้ให้เห็นว่าการใช้กล้ามเนื้อโดยการยกของหนักเพิ่มมากขึ้น อาจเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ จากผลการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารบีเอ็มเจโอเพ่นสปอร์ต(BMJ Open Sport & Exercise Medicine) บ่งชี้ว่าการฝึกความต้านทานของกล้ามเนื้อโดยการยกของหนัก สามารถช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างของผู้สูงอายุดีขึ้นในระยะยาว

การศึกษาวิจัยชิ้นนี้ ทำการวิจัยโดยนักศึกษาปริญญาเอกจากสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาในโรงพยาบาลบิสเพบเบิร์ค(Bispebjerg) เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบในระยะยาวของการออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านของผู้ที่เพิ่งเกษียณอายุ  นักวิจัยได้ทำการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมกับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี จำนวน 369 คน ที่มีอายุระหว่าง 64 ถึง 75 ปี โดยผู้เข้าร่วมการทดลองถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือ
                1.กลุ่มผู้ที่ยกน้ำหนักสามครั้งต่อสัปดาห์
                2.กลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายระดับความเข้มข้นปานกลางโดยใช้น้ำหนักตัวและยางยืดออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์
                3.กลุ่มผู้ที่ยังคงออกกำลังกายเป็นประจำตามปกติ

ข้อค้นพบที่สำคัญ(Key Findings)

ผลการวิจัยพบว่าการฝึกกล้ามเนื้อโดยใช้แรงต้านที่มีภาระหนักมีผลกระทบต่อความแข็งแรงของขาอย่างมีนัยสำคัญและมีความยั่งยืนมากที่สุดและพบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองกลุ่มนี้ยังคงรักษาความแข็งแรงของขาเอาไว้ได้ แม้เวลาผ่านไปถึงสี่ปีก็ตามนับตั้งแต่การฝึกสิ้นสุดลง ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่มีความเข้มข้นปานกลางมีความแข็งแรงของขาลดลงถึงแม้ว่าจะไม่มีนัยสำคัญก็ตาม

ดร. จอห์น แบทซิส แพทย์ผู้สูงอายุและรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกกำลังกายตลอดชีวิตว่า “ผลการศึกษาวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ผู้ที่ทำกิจกรรมนี้ในช่วงหลังเกษียณอายุก็สามารถนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพตัวเองและเห็นผลได้อย่างชัดเจน”  

การฝึกความต้านทานของกล้ามเนื้อคืออะไร?

การฝึกความต้านทานของกล้ามเนื้อคือการช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ โดยการทำให้กล้ามเนื้อทนรับแรงของน้ำหนักไว้  สำหรับผู้สูงอายุการฝึกแบบใช้แรงต้านทานถือเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ และยังเป็นการรักษาความหนาแน่นของกระดูกและช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวได้อีกด้วย

การฝึกแรงต้านทานของกล้ามเนื้อในบ้าน

ข้อจำกัดประการหนึ่งที่ระบุไว้ในผลการศึกษาวิจัยก็คือลักษณะของการออกกำลังกายนี้ในยิม ทุกคนอาจไม่สามารถเข้าถึงได้หรืออาจมีหลายคนที่ไม่สามารถเข้าไปฝึกในยิมได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ออกกำลังกายเองที่บ้านได้และสามารถทำได้จริง ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุสามารถทำท่าบ็อกซ์สควอทโดยใช้เก้าอี้หรือเพิ่มการออกกำลังกายก็ได้ พร้อมกับใช้ดัมเบลยกน้ำหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะของกล้ามเนื้อและเพิ่มความคล่องตัวของกล้ามเนื้อก็สามารถทำได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การวางยางยืดออกกำลังกายไว้รอบๆขาในขณะทำท่าก้าวเท้าออกไปด้านข้าง(Side Lunge) หรือท่ารีเวิร์ส (Reverse Lunges) ก็สามารถป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้และป้องกันการบาดเจ็บได้ ผู้วิจัยแนะนำให้ทำกิจกรรมเหล่านี้ซ้ำสองชุดหรือสามชุด โดยกำหนดเป็นเซ็ตละแปดถึงสิบสองครั้ง อย่างน้อยสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง การทำกิจวัตรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี

ผลการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ ได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ในระยะยาวของการฝึกความต้านทานกล้ามเนื้อและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้กิจกรรมดังกล่าวควบคู่ไปกับการออกกำลังกายโดยปกติ เพื่อที่จะได้เป็นผู้เกษียณอายุที่มีสุขภาพดีและมีความเป็นอยู่ที่ดีในช่วงที่มีเวลาเป็นอิสระ.

Reference: BMJ Open Sport & Exercise Medicine Journal

Samsung S24 Ultra (Ram 12 Gb , Rom 512 Gb)

ดูโปรโมชั่น

Ustar ครีมบำรุงผิวหน้า Placenta Concentrate Vit C Super Whitening Cream 50 g.

เข้าดูโปรโมชั่น

Posted on

US Raises Alarm Over China and North Korea’s Support for Russia in Ukraine Conflict

Washington, D.C., June 18, 2024 – The United States has issued stern warnings about escalating support from China and North Korea for Russia’s war effort in Ukraine, highlighting deepening geopolitical tensions.

During a recent press conference in Italy, President Joe Biden underscored China’s indirect support for Russia by providing technology and production capabilities, despite President Xi Jinping’s assurances to Ukrainian President Volodymyr Zelensky that China was not supplying weapons. “China is not supplying weapons but the ability to produce those weapons and the technology available to do it. So, it is, in fact, helping Russia,” Biden asserted.

This statement reflects a tougher stance from the US toward Beijing, amidst ongoing US warnings against aiding Moscow. NATO Secretary-General Jens Stoltenberg echoed this sentiment in Washington, criticizing China’s dual approach. “Publicly, President Xi has tried to create the impression that he’s taking a back seat in this conflict to avoid sanctions and keep trade flowing. But the reality is that China’s fueling the largest armed conflict in Europe since World War II,” Stoltenberg stated at The Wilson Center. He warned that allies might impose costs on China unless it changes course.

Concerns about foreign support for Russia’s military efforts are further compounded by an impending visit from Russian President Vladimir Putin to North Korea. The Kremlin has promised a “very eventful” itinerary, including discussions with North Korean leader Kim Jong Un. This trip has heightened alerts in Washington, as it suggests deeper military cooperation between Russia and North Korea.

US Director of National Intelligence Avril Haines recently informed Congress that Russia has been compelled to make significant concessions to North Korea to replenish its military supplies. Although specific details were not disclosed, this cooperation has led to speculation about potential exchanges of nuclear or missile technology. Deputy Secretary of State Kurt Campbell highlighted North Korea’s “provocative” actions, including supplying Russia with artillery and missiles, which have had a substantial impact on the battlefield in Ukraine.

State Department spokesman Matthew Miller confirmed that North Korea had unlawfully transferred ballistic missiles and over 11,000 containers of munitions to Russia, which have been utilized in the conflict against Ukraine. “We have seen those munitions show up on the battlefield in Ukraine. So, we know that they are using DPRK ammunition to threaten Ukraine and kill Ukrainians,” Miller stated.

The US government remains vigilant about the potential reciprocal benefits North Korea might receive from Russia. “What is Russia going to provide in exchange to North Korea, hard currency? Is it energy? Is it capabilities that allow them to advance their nuclear or missile products?” Campbell pondered, expressing concerns about the implications for both Ukraine and Northeast Asia.

White House national security communications adviser John Kirby emphasized the US’s apprehension about the deepening Russia-North Korea relationship, noting its potential impact on both the Ukrainian conflict and security on the Korean Peninsula. “We’re certainly going to be watching that very, very closely,” Kirby said.

In a show of solidarity, Russian President Putin expressed gratitude for North Korea’s support in an article in the official North Korean newspaper, Rodong Sinmun. He praised North Korea as a “committed and like-minded supporter, ready to confront the ambition of the collective West.”

The international community watches closely as these developments unfold, with the potential for significant geopolitical ramifications as alliances shift and deepen in response to the ongoing conflict in Ukraine.

Posted on

ญี่ปุ่นเผชิญกับการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โตเกียว 18 มิถุนายน 2567 – ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยโรค “สเตรปโตคอคคัส ทอกซิก ช็อค ซินโดรม” (STSS) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ โดยมีรายงานจำนวนผู้ป่วยสูงถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ระบุ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2567 ว่ามีผู้ป่วยจำนวน 977 ราย แซงหน้าสถิติการติดเชื้อเมื่อปีที่แล้วจำนวน 941 ราย การระบาดในปัจจุบันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 77 ราย ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมเพียงสามเดือนเท่านั้น

ภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ (STSS) เป็นภาวะที่ไม่พบบ่อยแต่มีความร้ายแรงอย่างมาก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อส่วนลึกและเมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ความดันโลหิตต่ำ บวม และอวัยวะหลายส่วนเกิดความล้มเหลว อัตราการเสียชีวิตของโรคติดเชื้อ STSS อาจสูงถึง 30% ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขของญี่ปุ่น ณ เวลานี้

สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติในญี่ปุ่นรายงานว่า ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อSTSS จำนวน 97 ราย ถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับสองในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการหาสาเหตุและมีการสอบสวนอย่างกว้างขวาง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่ได้ระบุสาเหตุของจำนวนผู้ป่วนในรายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) เตือนว่า “แม้จะได้รับการรักษาแต่โรคติดเชื้อ STSS ก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จากผู้ติดเชื้อ STSS จำนวน 10 คน จะมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อมากถึง 3 คน”

โรคติดเชื้อ STSS มีสาเหตุหลักมาจากแบคทีเรียกลุ่ม A Streptococcus (GAS) ซึ่งมักนำไปสู่การติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เช่น อาการเจ็บคอในเด็ก อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีซึ่งพบไม่บ่อยนัก แบคทีเรียชนิดนี้ก็สามารถบุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้ลึกขึ้น ทำให้เกิดสารพิษที่นำไปสู่การเจ็บป่วยที่รุนแรง รวมถึงโรคเนื้อตาย (necrotizing fasciitis) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรคกินเนื้อ” ได้อีกด้วย

การเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม A strep ที่แพร่กระจายเมื่อเร็วๆ นี้เป็นไปตามแนวโน้มทั่วโลกที่สังเกตได้หลังจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกัน Covid-19 หลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น พบว่าการติดเชื้อดังกล่าวลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอยู่ระดับสูงสุด เนื่องจากผู้คนมีการสวมหน้ากากอย่างแพร่หลายและการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ในเดือนธันวาคมปี 2022 ประเทศในยุโรปหลายประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา(CDC) รายงานว่ามีการติดเชื้อกลุ่ม A streptococcus (iGAS) ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี

ก่อนหน้านี้หน่วยงานด้านสุขภาพของญี่ปุ่นเคยออกคำเตือนเมื่อเดือนมีนาคมเกี่ยวกับกรณีโรคติดเชื้อแบคทีเรีย STSS ที่พุ่งสูงขึ้น การประเมินความเสี่ยงจากสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น ระบุว่ากรณีการติดเชื้อแบคทีเรีย STSS ที่เกิดจาก iGAS เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา(CDC) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้สูงอายุที่มีบาดแผลเปิด โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย STSS อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของกรณีดังกล่าวยังไม่ทราบแนวทางหรือไม่ทราบรูปแบบการส่งสัญญาณของการติดเชื้อที่แน่นอน

ในขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเผชิญกับการระบาดของโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังและไปพบแพทย์ทันทีหากแสดงอาการของโรคติดเชื้อแบคทีเรีย STSS โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะจัดการกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่คุกคามถึงแก่ชีวิตชนิดนี้.

Reference: US Centers for Disease Control and Prevention (CDC)

DERAEY ครีมกันแดด BeautyBright Sunscreen Cream SPF 20 PA++ 30 มล.

ดูโปรโมชั่น

Posted on

การอดอาหารแบบ IF(Intermittent Fasting) คืออะไร?

การงดอาหารแบบ IF (Intermittent Fasting) เป็นรูปแบบการกินมื้ออาหารที่สลับช่วงเวลาที่กินและการอดอาหารเป็นช่วงเวลา โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนัก ปรับปรุงสุขภาพ และยืดอายุ การงดอาหารแบบ IF มีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

มีรูปแบบการงดอาหารแบบ IF หลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

  • 16/8: งดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง และกินภายใน 8 ชั่วโมง
  • 5:2: กินปกติ 5 วันต่อสัปดาห์ และจำกัดแคลอรี่เหลือ 500-600 แคลอรี่ในอีก 2 วัน
  • กิน-หยุด-กิน: งดอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง
  • การงดอาหารแบบสลับวัน: สลับระหว่างวันกินปกติกับวันอดอาหาร

การงดอาหารแบบ IF มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ได้แก่:

  • ลดน้ำหนัก: การงดอาหารแบบ IF สามารถช่วยลดน้ำหนักได้โดยการจำกัดแคลอรี่และเพิ่มการเผาผลาญไขมัน
  • ปรับปรุงสุขภาพหัวใจ: การงดอาหารแบบ IF อาจช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: การงดอาหารแบบ IF อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์
  • ยืดอายุ: จากผลการวิจัยเมื่อทดลองกับสัตว์แสดงให้เห็นว่าการงดอาหารแบบ IF อาจช่วยยืดอายุได้

การงดอาหารแบบ IF อาจมีข้อเสียบางประการ ได้แก่:

  • ความหิว: การงดอาหารเป็นเวลานานอาจทำให้หิวได้
  • อาการปวดหัว: การงดอาหารอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
  • ความเหนื่อยล้า: การงดอาหารอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้
  • การขาดสารอาหาร: การงดอาหารเป็นเวลานานอาจทำให้ขาดสารอาหารได้

การงดอาหารแบบ IF เหมาะสำหรับใคร

การงดอาหารแบบ IF เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีและต้องการลดน้ำหนักหรือปรับปรุงสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การงดอาหารแบบ IF ไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคไต หากมีภาวะสุขภาพใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการงดอาหารแบบ IF

วิธีเริ่มต้นการงดอาหารแบบ IF

ถ้าหากเริ่มการงดอาหารแบบ IF ให้เริ่มต้นด้วยรูปแบบที่ง่ายก่อน เช่น การงดอาหารแบบ 16/8 ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาที่อดอาหารเมื่อรู้สึกสบายใจมากขึ้น อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในระหว่างที่อดอาหาร และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชณาการ

ข้อควรระวัง: การงดอาหารแบบ IF อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน หากเป็นผู้มีภาวะสุขภาพใดๆอยู่ก่อน ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการงดอาหารแบบ IF หากรู้สึกหิวหรือเหนื่อยล้ามากในระหว่างที่กำลังอดอาหาร ให้หยุดกินและปรึกษาแพทย์

ชีววิถี ครีมบำรุงผิวมะพร้าวสูตรเข้มข้น 200 กรัม

Posted on

คุณประโยชน์ของอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงมีอะไรบ้าง?

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด บทความนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและคุณประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งเป็นข้อมูลที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก(World Health Organization-WHO)

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงมีชนิดใดบ้าง?

  1. เนื้อแดง
    เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแกะ เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัวตับ เนื้อสันใน และเนื้อสันนอก เนื้อแดงมีธาตุเหล็กชนิดฮีม (heme iron) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่าธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม (non-heme iron)
  2. อาหารทะเล
    อาหารทะเล เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ และปลาทูน่า เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีเยี่ยม หอยนางรมมีธาตุเหล็กสูงเป็นพิเศษ โดยมีธาตุเหล็กประมาณ 18 มิลลิกรัมต่อหอยนางรม 100 กรัม
  3. ผักใบเขียว
    ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า และบร็อคโคลี่ มีธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีมในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากผักใบเขียวได้น้อยกว่าจากเนื้อแดง
  4. ถั่วและเมล็ดพืช
    ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเลนทิล ถั่วแดง และเมล็ดฟักทอง มีธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีมในปริมาณสูง ถั่วเหลืองเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีเยี่ยม โดยมีธาตุเหล็กประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อถั่วเหลือง 100 กรัม
  5. ธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก
    ธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปัง และซีเรียล เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่สะดวกและง่ายต่อการรับประทาน ธัญพืชเหล่านี้มักเสริมธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้น้อยกว่าธาตุเหล็กชนิดฮีม

คุณประโยชน์ของธาตุเหล็กที่มีต่อร่างกาย

  1. ป้องกันภาวะโลหิตจาง
    ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีอาการเช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด
  2. เพิ่มพลังงาน
    ธาตุเหล็กช่วยเพิ่มพลังงานโดยการขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ออกซิเจนจำเป็นสำหรับการเผาผลาญอาหารและการผลิตพลังงาน การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า
  3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    ธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ การขาดธาตุเหล็กสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  4. พัฒนาการทางปัญญา
    ธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการพัฒนาทางปัญญาในเด็ก ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตไมอีลิน ซึ่งเป็นสารที่ห่อหุ้มเส้นใยประสาทและช่วยให้สัญญาณประสาทเดินทางได้เร็วขึ้น การขาดธาตุเหล็กในเด็กสามารถนำไปสู่ปัญหาการเรียนรู้และพัฒนาการทางปัญญา
  5. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
    ธาตุเหล็กอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเฮโมโกลบิน ซึ่งช่วยขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ในหัวใจ การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่การขาดออกซิเจนในหัวใจ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ข้อควรระวัง

  • การรับประทานธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และท้องผูก
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (hemochromatosis) ไม่ควรบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
  • การรับประทานธาตุเหล็กพร้อมกับแคลเซียมหรือกาแฟอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้
  • หากมีอาการของภาวะโลหิตจาง เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจะสามารถช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง เพิ่มพลังงาน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทางปัญญา และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานธาตุเหล็กในปริมาณที่พอเหมาะและปรึกษาแพทย์หากมีอาการของภาวะโลหิตจาง

แหล่งอ้างอิง

Brand’s ซุปไก่สกัดผสมวิตามินบีคอมเพล็กซ์และธาตุเหล็ก 60 เม็ด(เข้าดูโปรโมชั่น)

AMARIT ธาตุเหล็ก 60 แคปซูล(เข้าดูโปรโมชั่น)

Posted on

Macron’s Bold Gamble: Calling a Snap Election to Confront the Far Right

French President Emmanuel Macron has taken a high-stakes political risk by calling a snap national election, following his party’s fall to second place in the European Parliament elections. The far-right National Rally party, led by Jordan Bardella, secured nearly 40% of the vote, prompting Bardella to call for the dissolution of the French national parliament.

Macron responded decisively, announcing the election for the end of June. This sets the stage for a confrontation between his centrist, pro-European ideals and the far-right’s populist, anti-immigration stance. In a televised address, Macron highlighted the dangers posed by the extreme right, positioning the upcoming election as crucial for the future of France and Europe.

Rallying the Political Spectrum

Macron aims to unite the political center and left to oppose the far right, though forming a coalition in such a short time frame is challenging. The left, fractured and skeptical of Macron’s pro-business policies, shows little enthusiasm for joining forces. Notably, the far-left France Unbowed party has already signaled its reluctance to collaborate.

Despite these hurdles, Macron’s Renaissance party is open to strategic concessions, such as withholding candidates in districts where potential allies could win. However, this approach is seen by some as a sign of weakness compared to Macron’s earlier political dominance.

Historical Context and Future Implications

The last time a French president dissolved the National Assembly was in 1997 when Jacques Chirac’s move backfired, resulting in a left-wing majority. Macron’s decision is reminiscent of this, with significant risks involved. Currently, Macron lacks an absolute majority in parliament, often resorting to invoking article 49.3 of the constitution to pass legislation, a tactic that has fueled public discontent.

The Stakes of the Election

The National Rally, under Marine Le Pen, holds 88 seats compared to Macron’s 250 in the 577-seat parliament. Bardella and Le Pen must expand their policy focus beyond immigration to challenge Macron’s economic achievements. French Finance Minister Bruno Le Maire emphasized that the upcoming election is a clash of ideologies between the National Rally and Macron’s vision for France.

Macron’s bet relies on the French electoral system, where the two-round voting process could unite diverse voters against far-right candidates in the second round. This mechanism has historically prevented far-right victories at the national level.

Potential Outcomes

If Macron’s party regains a majority, he will have the mandate to pursue his reform agenda. However, if the far right gains significant ground, Macron could face a cohabitation government, sharing power with a far-right prime minister, likely Bardella. This scenario would significantly limit Macron’s influence over domestic policies and elevate the far right’s role in governance.

Macron’s strategic gamble underscores his commitment to countering the rise of nationalism and populism. The results of the upcoming election will shape not only his remaining tenure but also the political landscape of France and its position within Europe.

Johnson fitness Matrix Treadmill ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดพรีเมียม รุ่น TF50 XR

Posted on

Moderna’s Covid-Flu Combination Vaccine Shows Promising Results in Late-Stage Trial

A combined Covid-19 and flu vaccine may soon be a reality, though not in time for the current flu season. Moderna recently announced positive results from the late-stage trial of its new Covid-flu combination vaccine, mRNA-1083. This development could revolutionize vaccination strategies, especially for older adults.

Breakthrough Trial Results

Moderna’s Chief Medical Affairs Officer, Francesca Ceddia, highlighted the “breakthrough results” of the trial. Participants who received mRNA-1083 demonstrated an enhanced immune response compared to those who received separate Covid and flu vaccines. This improved response was consistent even among participants aged 65 and older, a group typically less responsive to vaccines.

Trial Design and Outcomes

The Phase 3 trial was a randomized, observer-blind, active control study, involving approximately 8,000 adults divided into two age groups: 50-64 and 65 and older. The study compared the immune response of these groups receiving the combination vaccine mRNA-1083 to those receiving separate vaccines—Moderna’s Spikevax (Covid-19 vaccine) and either Fluzone HD or Fluarix (flu vaccines).

Safety and Side Effects

The combined vaccine was well-tolerated, with adverse reactions similar to those experienced with the separate vaccines. Common side effects included pain at the injection site, tiredness, muscle pain, and headaches.

Future Steps and Public Health Impact

While the study results are not yet peer-reviewed, Moderna plans to present the data at an upcoming medical conference and submit it for publication. The company also intends to discuss next steps with the FDA, aiming for approval by fall 2025.

Conclusion

Moderna’s Covid-flu combination vaccine, mRNA-1083, represents a promising advancement in vaccine technology, offering enhanced immune response and convenience. With ongoing discussions and potential regulatory approval by 2025, this vaccine could become a vital tool in protecting public health against both Covid-19 and the flu.

Reference: https://investors.modernatx.com/news (Moderna News)

Jula Herb จุฬาเฮิร์บ แครอท เดลี่ เซรั่ม 8 มล. (6 ชิ้น/กล่อง)

Posted on

วัคซีนรวมป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่โมเดอน่า(Moderna) แสดงให้เห็นผลการทดลองที่น่ามีความหวังจากการทดลองระยะสุดท้าย

วัคซีนป้องกันโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่แบบรวมอาจจะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ แม้ว่าจะยังไม่ทันฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทโมเดอน่า(Moderna) ได้ประกาศผลการทดลองเชิงบวกจากการทดลองวัคซีนรวมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ mRNA-1083 ซึ่งเป็นการทดลองระยะสุดท้าย การพัฒนาครั้งนี้อาจปฏิวัติวิธีการในการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของบริษัทโมเดอน่า(Moderna) ได้เน้นย้ำถึง “ผลลัพธ์ที่ก้าวล้ำ” ของการทดลองครั้งนี้ โดยมีผู้เข้ารับการทดลองที่ได้รับวัคซีน mRNA-1083 มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดและไข้หวัดใหญ่แบบแยกกัน การตอบสนองที่ดีขึ้นนี้มีความคงที่แม้เป็นผู้รับการทดลองที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักตอบสนองต่อวัคซีนน้อยกว่าก็ตาม

การออกแบบการทดลองและผลลัพธ์

การทดลองระยะที่ 3 เป็นการทดลองแบบสุ่มและเป็นกลุ่มควบคุม โดยมีผู้ใหญ่ประมาณ 8,000 คน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มอายุ คือกลุ่มอายุ 50-64 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป การเปรียบเทียบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของกลุ่มที่ได้รับวัคซีนรวม mRNA-1083 กับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแยกกัน ได้แก่ วัคซีนป้องกันโควิด-19 และ วัคซีนไข้หวัดใหญ่

ผลการทดลองพบว่า วัคซีนแบบผสมกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์และโควิด-19 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งหมายถึงระดับแอนตี้บอดีเพิ่มขึ้นจากการตรวจเลือด

ความปลอดภัยและผลข้างเคียง

วัคซีนแบบรวมนี้สามารถทนต่อยาได้ดี โดยมีอาการไม่พึงประสงค์คล้ายกันกับอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนแบบแยกกัน ได้แก่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ

ขั้นตอนและผลกระทบด้านสาธารณสุขในอนาคต

แม้ว่าผลการทดลองจะยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิแต่บริษัทโมเดอน่า วางแผนที่จะนำเสนอข้อมูลจากผลการทดลองนี้ในการประชุมทางการแพทย์ที่กำลังจะมีขึ้นและส่งเพื่อตีพิมพ์ บริษัทยังตั้งเป้าที่จะหารือเกี่ยวกับขั้นตอนการทดลองต่อไปกับ FDA โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการอนุมัติภายในฤดูใบไม้ร่วงของปี 2025

วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ 1083(mRNA-1083) ซึ่งเป็นวัคซีนรวมป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่ของบริษัทโมเดอน่า(Moderna) แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มีความหวังในด้านเทคโนโลยีวัคซีน โดยมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นและเกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น จากการหารือกันอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทโมเดอน่าและ FDA เพื่อให้เกิดการอนุมัติขึ้นตามกฎหมาย ภายในปี 2025 วัคซีนนี้อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องสุขภาพของประชาชนจากทั้งโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้.

Reference: https://investors.modernatx.com/news (Moderna News)

SOL เซรั่ม Facelum Anti-Aging 30 มล.

เซนต์ เซรั่มโกลด์อาย 15 มล.