Posted on

ญี่ปุ่นเผชิญกับการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โตเกียว 18 มิถุนายน 2567 – ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ป่วยโรค “สเตรปโตคอคคัส ทอกซิก ช็อค ซินโดรม” (STSS) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ โดยมีรายงานจำนวนผู้ป่วยสูงถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ระบุ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2567 ว่ามีผู้ป่วยจำนวน 977 ราย แซงหน้าสถิติการติดเชื้อเมื่อปีที่แล้วจำนวน 941 ราย การระบาดในปัจจุบันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 77 ราย ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมเพียงสามเดือนเท่านั้น

ภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ (STSS) เป็นภาวะที่ไม่พบบ่อยแต่มีความร้ายแรงอย่างมาก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อส่วนลึกและเมื่อเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ความดันโลหิตต่ำ บวม และอวัยวะหลายส่วนเกิดความล้มเหลว อัตราการเสียชีวิตของโรคติดเชื้อ STSS อาจสูงถึง 30% ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขของญี่ปุ่น ณ เวลานี้

สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติในญี่ปุ่นรายงานว่า ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อSTSS จำนวน 97 ราย ถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับสองในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีการหาสาเหตุและมีการสอบสวนอย่างกว้างขวาง แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่ได้ระบุสาเหตุของจำนวนผู้ป่วนในรายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) เตือนว่า “แม้จะได้รับการรักษาแต่โรคติดเชื้อ STSS ก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จากผู้ติดเชื้อ STSS จำนวน 10 คน จะมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อมากถึง 3 คน”

โรคติดเชื้อ STSS มีสาเหตุหลักมาจากแบคทีเรียกลุ่ม A Streptococcus (GAS) ซึ่งมักนำไปสู่การติดเชื้อที่ไม่รุนแรง เช่น อาการเจ็บคอในเด็ก อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีซึ่งพบไม่บ่อยนัก แบคทีเรียชนิดนี้ก็สามารถบุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้ลึกขึ้น ทำให้เกิดสารพิษที่นำไปสู่การเจ็บป่วยที่รุนแรง รวมถึงโรคเนื้อตาย (necrotizing fasciitis) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โรคกินเนื้อ” ได้อีกด้วย

การเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม A strep ที่แพร่กระจายเมื่อเร็วๆ นี้เป็นไปตามแนวโน้มทั่วโลกที่สังเกตได้หลังจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกัน Covid-19 หลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น พบว่าการติดเชื้อดังกล่าวลดลงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอยู่ระดับสูงสุด เนื่องจากผู้คนมีการสวมหน้ากากอย่างแพร่หลายและการเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ในเดือนธันวาคมปี 2022 ประเทศในยุโรปหลายประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา(CDC) รายงานว่ามีการติดเชื้อกลุ่ม A streptococcus (iGAS) ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี

ก่อนหน้านี้หน่วยงานด้านสุขภาพของญี่ปุ่นเคยออกคำเตือนเมื่อเดือนมีนาคมเกี่ยวกับกรณีโรคติดเชื้อแบคทีเรีย STSS ที่พุ่งสูงขึ้น การประเมินความเสี่ยงจากสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น ระบุว่ากรณีการติดเชื้อแบคทีเรีย STSS ที่เกิดจาก iGAS เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา(CDC) ได้ตั้งข้อสังเกตว่าผู้สูงอายุที่มีบาดแผลเปิด โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย STSS อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของกรณีดังกล่าวยังไม่ทราบแนวทางหรือไม่ทราบรูปแบบการส่งสัญญาณของการติดเชื้อที่แน่นอน

ในขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเผชิญกับการระบาดของโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังและไปพบแพทย์ทันทีหากแสดงอาการของโรคติดเชื้อแบคทีเรีย STSS โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะจัดการกับการติดเชื้อแบคทีเรียที่คุกคามถึงแก่ชีวิตชนิดนี้.

Reference: US Centers for Disease Control and Prevention (CDC)

DERAEY ครีมกันแดด BeautyBright Sunscreen Cream SPF 20 PA++ 30 มล.

ดูโปรโมชั่น

Posted on

การอดอาหารแบบ IF(Intermittent Fasting) คืออะไร?

การงดอาหารแบบ IF (Intermittent Fasting) เป็นรูปแบบการกินมื้ออาหารที่สลับช่วงเวลาที่กินและการอดอาหารเป็นช่วงเวลา โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนัก ปรับปรุงสุขภาพ และยืดอายุ การงดอาหารแบบ IF มีหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

มีรูปแบบการงดอาหารแบบ IF หลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

  • 16/8: งดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง และกินภายใน 8 ชั่วโมง
  • 5:2: กินปกติ 5 วันต่อสัปดาห์ และจำกัดแคลอรี่เหลือ 500-600 แคลอรี่ในอีก 2 วัน
  • กิน-หยุด-กิน: งดอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง
  • การงดอาหารแบบสลับวัน: สลับระหว่างวันกินปกติกับวันอดอาหาร

การงดอาหารแบบ IF มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ได้แก่:

  • ลดน้ำหนัก: การงดอาหารแบบ IF สามารถช่วยลดน้ำหนักได้โดยการจำกัดแคลอรี่และเพิ่มการเผาผลาญไขมัน
  • ปรับปรุงสุขภาพหัวใจ: การงดอาหารแบบ IF อาจช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: การงดอาหารแบบ IF อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์
  • ยืดอายุ: จากผลการวิจัยเมื่อทดลองกับสัตว์แสดงให้เห็นว่าการงดอาหารแบบ IF อาจช่วยยืดอายุได้

การงดอาหารแบบ IF อาจมีข้อเสียบางประการ ได้แก่:

  • ความหิว: การงดอาหารเป็นเวลานานอาจทำให้หิวได้
  • อาการปวดหัว: การงดอาหารอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
  • ความเหนื่อยล้า: การงดอาหารอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้
  • การขาดสารอาหาร: การงดอาหารเป็นเวลานานอาจทำให้ขาดสารอาหารได้

การงดอาหารแบบ IF เหมาะสำหรับใคร

การงดอาหารแบบ IF เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีและต้องการลดน้ำหนักหรือปรับปรุงสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การงดอาหารแบบ IF ไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคไต หากมีภาวะสุขภาพใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการงดอาหารแบบ IF

วิธีเริ่มต้นการงดอาหารแบบ IF

ถ้าหากเริ่มการงดอาหารแบบ IF ให้เริ่มต้นด้วยรูปแบบที่ง่ายก่อน เช่น การงดอาหารแบบ 16/8 ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาที่อดอาหารเมื่อรู้สึกสบายใจมากขึ้น อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในระหว่างที่อดอาหาร และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชณาการ

ข้อควรระวัง: การงดอาหารแบบ IF อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน หากเป็นผู้มีภาวะสุขภาพใดๆอยู่ก่อน ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการงดอาหารแบบ IF หากรู้สึกหิวหรือเหนื่อยล้ามากในระหว่างที่กำลังอดอาหาร ให้หยุดกินและปรึกษาแพทย์

ชีววิถี ครีมบำรุงผิวมะพร้าวสูตรเข้มข้น 200 กรัม

Posted on

คุณประโยชน์ของอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงมีอะไรบ้าง?

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด บทความนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและคุณประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งเป็นข้อมูลที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก(World Health Organization-WHO)

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงมีชนิดใดบ้าง?

  1. เนื้อแดง
    เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแกะ เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อวัวตับ เนื้อสันใน และเนื้อสันนอก เนื้อแดงมีธาตุเหล็กชนิดฮีม (heme iron) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่าธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม (non-heme iron)
  2. อาหารทะเล
    อาหารทะเล เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ และปลาทูน่า เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีเยี่ยม หอยนางรมมีธาตุเหล็กสูงเป็นพิเศษ โดยมีธาตุเหล็กประมาณ 18 มิลลิกรัมต่อหอยนางรม 100 กรัม
  3. ผักใบเขียว
    ผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า และบร็อคโคลี่ มีธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีมในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากผักใบเขียวได้น้อยกว่าจากเนื้อแดง
  4. ถั่วและเมล็ดพืช
    ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเลนทิล ถั่วแดง และเมล็ดฟักทอง มีธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีมในปริมาณสูง ถั่วเหลืองเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีเยี่ยม โดยมีธาตุเหล็กประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อถั่วเหลือง 100 กรัม
  5. ธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก
    ธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปัง และซีเรียล เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่สะดวกและง่ายต่อการรับประทาน ธัญพืชเหล่านี้มักเสริมธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้น้อยกว่าธาตุเหล็กชนิดฮีม

คุณประโยชน์ของธาตุเหล็กที่มีต่อร่างกาย

  1. ป้องกันภาวะโลหิตจาง
    ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง ซึ่งมีอาการเช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด
  2. เพิ่มพลังงาน
    ธาตุเหล็กช่วยเพิ่มพลังงานโดยการขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ออกซิเจนจำเป็นสำหรับการเผาผลาญอาหารและการผลิตพลังงาน การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่ความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า
  3. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    ธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ การขาดธาตุเหล็กสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  4. พัฒนาการทางปัญญา
    ธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการพัฒนาทางปัญญาในเด็ก ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตไมอีลิน ซึ่งเป็นสารที่ห่อหุ้มเส้นใยประสาทและช่วยให้สัญญาณประสาทเดินทางได้เร็วขึ้น การขาดธาตุเหล็กในเด็กสามารถนำไปสู่ปัญหาการเรียนรู้และพัฒนาการทางปัญญา
  5. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
    ธาตุเหล็กอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเฮโมโกลบิน ซึ่งช่วยขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ในหัวใจ การขาดธาตุเหล็กสามารถนำไปสู่การขาดออกซิเจนในหัวใจ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ข้อควรระวัง

  • การรับประทานธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และท้องผูก
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (hemochromatosis) ไม่ควรบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
  • การรับประทานธาตุเหล็กพร้อมกับแคลเซียมหรือกาแฟอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กได้
  • หากมีอาการของภาวะโลหิตจาง เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และซีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ มีบทบาทสำคัญในการผลิตฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจะสามารถช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง เพิ่มพลังงาน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทางปัญญา และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานธาตุเหล็กในปริมาณที่พอเหมาะและปรึกษาแพทย์หากมีอาการของภาวะโลหิตจาง

แหล่งอ้างอิง

Brand’s ซุปไก่สกัดผสมวิตามินบีคอมเพล็กซ์และธาตุเหล็ก 60 เม็ด(เข้าดูโปรโมชั่น)

AMARIT ธาตุเหล็ก 60 แคปซูล(เข้าดูโปรโมชั่น)

Posted on

Macron’s Bold Gamble: Calling a Snap Election to Confront the Far Right

French President Emmanuel Macron has taken a high-stakes political risk by calling a snap national election, following his party’s fall to second place in the European Parliament elections. The far-right National Rally party, led by Jordan Bardella, secured nearly 40% of the vote, prompting Bardella to call for the dissolution of the French national parliament.

Macron responded decisively, announcing the election for the end of June. This sets the stage for a confrontation between his centrist, pro-European ideals and the far-right’s populist, anti-immigration stance. In a televised address, Macron highlighted the dangers posed by the extreme right, positioning the upcoming election as crucial for the future of France and Europe.

Rallying the Political Spectrum

Macron aims to unite the political center and left to oppose the far right, though forming a coalition in such a short time frame is challenging. The left, fractured and skeptical of Macron’s pro-business policies, shows little enthusiasm for joining forces. Notably, the far-left France Unbowed party has already signaled its reluctance to collaborate.

Despite these hurdles, Macron’s Renaissance party is open to strategic concessions, such as withholding candidates in districts where potential allies could win. However, this approach is seen by some as a sign of weakness compared to Macron’s earlier political dominance.

Historical Context and Future Implications

The last time a French president dissolved the National Assembly was in 1997 when Jacques Chirac’s move backfired, resulting in a left-wing majority. Macron’s decision is reminiscent of this, with significant risks involved. Currently, Macron lacks an absolute majority in parliament, often resorting to invoking article 49.3 of the constitution to pass legislation, a tactic that has fueled public discontent.

The Stakes of the Election

The National Rally, under Marine Le Pen, holds 88 seats compared to Macron’s 250 in the 577-seat parliament. Bardella and Le Pen must expand their policy focus beyond immigration to challenge Macron’s economic achievements. French Finance Minister Bruno Le Maire emphasized that the upcoming election is a clash of ideologies between the National Rally and Macron’s vision for France.

Macron’s bet relies on the French electoral system, where the two-round voting process could unite diverse voters against far-right candidates in the second round. This mechanism has historically prevented far-right victories at the national level.

Potential Outcomes

If Macron’s party regains a majority, he will have the mandate to pursue his reform agenda. However, if the far right gains significant ground, Macron could face a cohabitation government, sharing power with a far-right prime minister, likely Bardella. This scenario would significantly limit Macron’s influence over domestic policies and elevate the far right’s role in governance.

Macron’s strategic gamble underscores his commitment to countering the rise of nationalism and populism. The results of the upcoming election will shape not only his remaining tenure but also the political landscape of France and its position within Europe.

Johnson fitness Matrix Treadmill ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดพรีเมียม รุ่น TF50 XR

Posted on

Moderna’s Covid-Flu Combination Vaccine Shows Promising Results in Late-Stage Trial

A combined Covid-19 and flu vaccine may soon be a reality, though not in time for the current flu season. Moderna recently announced positive results from the late-stage trial of its new Covid-flu combination vaccine, mRNA-1083. This development could revolutionize vaccination strategies, especially for older adults.

Breakthrough Trial Results

Moderna’s Chief Medical Affairs Officer, Francesca Ceddia, highlighted the “breakthrough results” of the trial. Participants who received mRNA-1083 demonstrated an enhanced immune response compared to those who received separate Covid and flu vaccines. This improved response was consistent even among participants aged 65 and older, a group typically less responsive to vaccines.

Trial Design and Outcomes

The Phase 3 trial was a randomized, observer-blind, active control study, involving approximately 8,000 adults divided into two age groups: 50-64 and 65 and older. The study compared the immune response of these groups receiving the combination vaccine mRNA-1083 to those receiving separate vaccines—Moderna’s Spikevax (Covid-19 vaccine) and either Fluzone HD or Fluarix (flu vaccines).

Safety and Side Effects

The combined vaccine was well-tolerated, with adverse reactions similar to those experienced with the separate vaccines. Common side effects included pain at the injection site, tiredness, muscle pain, and headaches.

Future Steps and Public Health Impact

While the study results are not yet peer-reviewed, Moderna plans to present the data at an upcoming medical conference and submit it for publication. The company also intends to discuss next steps with the FDA, aiming for approval by fall 2025.

Conclusion

Moderna’s Covid-flu combination vaccine, mRNA-1083, represents a promising advancement in vaccine technology, offering enhanced immune response and convenience. With ongoing discussions and potential regulatory approval by 2025, this vaccine could become a vital tool in protecting public health against both Covid-19 and the flu.

Reference: https://investors.modernatx.com/news (Moderna News)

Jula Herb จุฬาเฮิร์บ แครอท เดลี่ เซรั่ม 8 มล. (6 ชิ้น/กล่อง)

Posted on

วัคซีนรวมป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่โมเดอน่า(Moderna) แสดงให้เห็นผลการทดลองที่น่ามีความหวังจากการทดลองระยะสุดท้าย

วัคซีนป้องกันโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่แบบรวมอาจจะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ แม้ว่าจะยังไม่ทันฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทโมเดอน่า(Moderna) ได้ประกาศผลการทดลองเชิงบวกจากการทดลองวัคซีนรวมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ mRNA-1083 ซึ่งเป็นการทดลองระยะสุดท้าย การพัฒนาครั้งนี้อาจปฏิวัติวิธีการในการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของบริษัทโมเดอน่า(Moderna) ได้เน้นย้ำถึง “ผลลัพธ์ที่ก้าวล้ำ” ของการทดลองครั้งนี้ โดยมีผู้เข้ารับการทดลองที่ได้รับวัคซีน mRNA-1083 มีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดและไข้หวัดใหญ่แบบแยกกัน การตอบสนองที่ดีขึ้นนี้มีความคงที่แม้เป็นผู้รับการทดลองที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักตอบสนองต่อวัคซีนน้อยกว่าก็ตาม

การออกแบบการทดลองและผลลัพธ์

การทดลองระยะที่ 3 เป็นการทดลองแบบสุ่มและเป็นกลุ่มควบคุม โดยมีผู้ใหญ่ประมาณ 8,000 คน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มอายุ คือกลุ่มอายุ 50-64 ปี และกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป การเปรียบเทียบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของกลุ่มที่ได้รับวัคซีนรวม mRNA-1083 กับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแยกกัน ได้แก่ วัคซีนป้องกันโควิด-19 และ วัคซีนไข้หวัดใหญ่

ผลการทดลองพบว่า วัคซีนแบบผสมกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์และโควิด-19 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งหมายถึงระดับแอนตี้บอดีเพิ่มขึ้นจากการตรวจเลือด

ความปลอดภัยและผลข้างเคียง

วัคซีนแบบรวมนี้สามารถทนต่อยาได้ดี โดยมีอาการไม่พึงประสงค์คล้ายกันกับอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนแบบแยกกัน ได้แก่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ

ขั้นตอนและผลกระทบด้านสาธารณสุขในอนาคต

แม้ว่าผลการทดลองจะยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิแต่บริษัทโมเดอน่า วางแผนที่จะนำเสนอข้อมูลจากผลการทดลองนี้ในการประชุมทางการแพทย์ที่กำลังจะมีขึ้นและส่งเพื่อตีพิมพ์ บริษัทยังตั้งเป้าที่จะหารือเกี่ยวกับขั้นตอนการทดลองต่อไปกับ FDA โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการอนุมัติภายในฤดูใบไม้ร่วงของปี 2025

วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ 1083(mRNA-1083) ซึ่งเป็นวัคซีนรวมป้องกันโควิด-ไข้หวัดใหญ่ของบริษัทโมเดอน่า(Moderna) แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มีความหวังในด้านเทคโนโลยีวัคซีน โดยมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นและเกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น จากการหารือกันอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทโมเดอน่าและ FDA เพื่อให้เกิดการอนุมัติขึ้นตามกฎหมาย ภายในปี 2025 วัคซีนนี้อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องสุขภาพของประชาชนจากทั้งโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้.

Reference: https://investors.modernatx.com/news (Moderna News)

SOL เซรั่ม Facelum Anti-Aging 30 มล.

เซนต์ เซรั่มโกลด์อาย 15 มล.

Posted on

Health Concerns Related to Acrylamide Exposure in Diet

Acrylamide, a chemical compound with both genotoxic and carcinogenic properties, continues to raise health concerns due to its presence in various foods. Despite mitigation efforts post-2003 aimed at reducing acrylamide levels in specific high-risk foods, average dietary exposure among the general population remains unchanged. This article delves into the implications of dietary acrylamide exposure, the associated health risks, and the findings of recent scientific evaluations.

Understanding Acrylamide and Its Risks

Acrylamide is formed in certain foods during high-temperature cooking processes, such as frying, roasting, and baking. It is particularly prevalent in starchy foods like potatoes, bread, and coffee. Due to its genotoxic and carcinogenic nature, acrylamide poses significant health risks, including potential neurological effects and cancer.

The Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives (JECFA) has conducted extensive evaluations to assess the risk posed by acrylamide in the diet. Their findings highlight the compound’s adverse effects, particularly at high exposure levels.

Mitigation Efforts and Exposure Levels

Efforts to reduce acrylamide levels in food have been reported since 2003. These measures target food types with high acrylamide content or specific products within those categories. However, the overall impact on the general population’s dietary exposure appears minimal. The estimated average exposure for the general population remains at 0.001 mg/kg body weight (bw) per day, while high-percentile consumers experience an exposure of 0.004 mg/kg bw per day.

Margins of Exposure and Health Implications

The Margin of Exposure (MOE) is a crucial metric in assessing health risks. It is calculated by comparing the exposure levels to the No Observed Adverse Effect Level (NOAEL) or the Benchmark Dose Lower Confidence Limit (BMDL10). For acrylamide, the NOAEL for morphological changes in nerves, identified through electron microscopy in rats, is 0.2 mg/kg bw per day. The MOE values for the general population and high-percentile consumers are 200 and 50, respectively. These figures indicate that while average exposure is unlikely to cause adverse neurological effects, high exposure could potentially lead to morphological changes in nerves.

When comparing dietary exposures to the BMDL10 for cancer endpoints, the MOE values further highlight health concerns. For the induction of mammary tumors in rats (BMDL10 of 0.31 mg/kg bw per day), the MOE values are 310 for average exposure and 78 for high exposure. For Harderian gland tumors in mice (BMDL10 of 0.18 mg/kg bw per day), the MOE values are 180 for average exposure and 45 for high exposure.

Consistent Findings and Ongoing Concerns

The Committee’s recent evaluations align with conclusions drawn at their sixty-fourth meeting. Despite the extensive new data from cancer bioassays in rodents, physiologically based pharmacokinetic (PBPK) modeling, numerous epidemiological studies, and updated dietary exposure assessments, the overall health risk assessment remains consistent. The MOE values continue to indicate a human health concern, particularly for individuals with high dietary exposure to acrylamide.

Conclusion

The persistence of acrylamide in the diet, despite mitigation efforts, underscores the need for continued vigilance and research. While average exposure levels may not pose significant neurological risks, high exposure levels could potentially lead to adverse effects, including morphological changes in nerves and increased cancer risk. The findings emphasize the importance of ongoing efforts to reduce acrylamide levels in food and protect public health.

Reference: https://apps.who.int (World Health Organization)

Johnson fitness ลู่วิ่งไฟฟ้า HORIZON OMEGA Z

Johnson fitness Matrix Treadmill ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดพรีเมียม รุ่น TF50 XR

Posted on

พิธีไหว้ครู: ประวัติและความสำคัญ

“พิธีไหว้ครู” เป็นกิจกรรมสำคัญที่แสดงออกถึงความเคารพและรำลึกถึงคุณครูบาอาจารย์ที่มีพระคุณต่อการให้ความรู้แก่ศิษย์ โดยพิธีไหว้ครูจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งไม่มีการกำหนดวันที่ไว้เป็นการเฉพาะ แต่โดยปกติจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมิถุนายนในทุกๆปี ซึ่งเป็นภาคเรียนที่ 1 นั่นเองและสำหรับปี พ.ศ.2567 ก็จะตรงกับวันที่ 13 มิถุนายน 2567

ประวัติพิธีไหว้ครูเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2499 จากคำปราศรัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ในขณะนั้น ต่อมาได้มีการจัดงานวันครูขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 และถือเอาวันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู.

ความสำคัญของพิธีไหว้ครู :

  1. เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลด้วยการถวายเครื่องสักการะพลีกรรมแก่ปรมาจารย์ทั้งหลายทั้งปวงที่เคยประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่ศิษย์.
  2. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเคารพและสักการะต่อครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ตลอดจนผู้เสียสละชี้ทางและให้แสงสว่างแก่ศิษย์โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบาก.
  3. เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีของบรรดาศิษย์ทั้งหลายที่ได้รับความรู้และความช่วยเหลือจากครูบาอาจารย์.

ในการไหว้ครูจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การไหว้ครูในสถานศึกษา พิธีรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีปฏิญาณตน การแข่งขันประกวดพานไหว้ครู และบทสวดเคารพครูอาจารย์

ดอกไม้ที่ใช้ในการไหว้ครูจะมีองค์ประกอบที่มีความหมายเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น ได้แก่ ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ข้าวตอก และดอกเข็ม ซึ่งดอกไม้เหล่านี้มีความหมายเช่น ดอกมะเขือเป็นดอกที่โน้มต่ำลงมาเสมอเพื่อแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน หญ้าแพรกเป็นหญ้าที่เจริญงอกงามเพื่อแสดงความเจริญงอกงามของสติปัญญา ข้าวตอกเป็นสัญลักษณ์ของความมีระเบียบวินัย และดอกเข็มเป็นดอกที่มีปลายแหลมเพื่อแสดงความแหลมคมของสติปัญญา

“พิธีไหว้ครู” จึงถือเป็นพิธีการที่สำคัญในการแสดงถึงความเคารพต่อครูบูรพาจารย์ผู้ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์และเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูของลูกศิษย์ที่มีต่อครูอาจารย์.


Reference: http://www.sitabutr.ac.th/news-detail__3682

เซนต์ เซรั่มโกลด์เฟเชียล 20 มล.

neen แชมพูเซรั่มไข่มุกดำ 30 มล. (กล่อง 6 ซอง)

Posted on

คุณประโยชน์ของหอมแดง

หอมแดง (Allium cepa var. aggregatum) เป็นพืชหัวชนิดหนึ่งในวงศ์เดียวกับกระเทียมและหัวหอม มีถิ่นกำเนิดในเอเชียกลางและตะวันออกกลาง ปัจจุบันปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ของโลก หอมแดงมีหัวขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว มีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

หอมแดงเป็นแหล่งของสารอาหารหลายชนิด รวมถึง:

  • วิตามินซี: สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินบี 6: วิตามินที่จำเป็นสำหรับการเผาผลาญและการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • โพแทสเซียม: แร่ธาตุที่ช่วยควบคุมความดันโลหิต
  • แมงกานีส: แร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเผาผลาญและการทำงานของสมอง
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: เช่น เคอร์เซทินและแอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย

การบริโภคหอมแดงเป็นประจำอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ได้แก่:

  1. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

หอมแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้ยังมีสารประกอบที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้

  1. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

สารต้านอนุมูลอิสระในหอมแดง เช่น เคอร์เซทินและแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง พวกมันอาจช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

  1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

หอมแดงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ

  1. ลดการอักเสบ

สารต้านอนุมูลอิสระในหอมแดงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ พวกมันอาจช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบและโรคหัวใจ

  1. ปรับปรุงสุขภาพกระดูก

หอมแดงมีวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับการแข็งแรงของกระดูก วิตามินเคช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและลดการสูญเสียแคลเซียมในปัสสาวะ ซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

  1. ปรับปรุงสุขภาพผิว

สารต้านอนุมูลอิสระในหอมแดงอาจช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายของอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยลดริ้วรอย นอกจากนี้ หอมแดงยังมีสารประกอบที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวกระชับและยืดหยุ่น

  1. ปรับปรุงสุขภาพทางเดินอาหาร

หอมแดงมีไฟเบอร์ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพของทางเดินอาหาร ไฟเบอร์ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ หอมแดงยังมีสารประกอบที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในลำไส้

หอมแดงสามารถใช้ในการประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี เช่น:

  • หั่นเป็นชิ้นบางๆ และโรยบนสลัดหรือแซนวิช
  • ผัดหรือทอดกับผักอื่นๆ
  • ใช้เป็นเครื่องปรุงรสในซุปหรือสตูว์
  • ดองในน้ำส้มสายชูหรือน้ำเกลือ
  • คั้นน้ำเพื่อใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือส่วนผสมในเครื่องดื่ม

ข้อควรระวัง

แม้ว่าหอมแดงจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการ:

  • บางคนอาจแพ้หอมแดง อาการแพ้อาจรวมถึงผื่นคัน บวม และหายใจลำบาก
  • หอมแดงอาจทำให้เกิดแก๊สและท้องอืดในบางคน
  • หากรับประทานหอมแดงในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดกลิ่นตัวและลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

โดยทั่วไปแล้ว หอมแดงเป็นอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การบริโภคหอมแดงเป็นประจำอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากมีข้อกังวลใดๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานหอมแดงในปริมาณมาก.

Reference: www.healthline.com

MANYMORES วิตามินรวมและแร่ธาตุผสมกรดอะมิโน บรรจุ 60 แคปซูล

Pharmatech วิตามินรวม บรรจุ 30 แคปซูล

Posted on

คุณประโยชน์ของโกโก้: เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

โกโก้เป็นเครื่องดื่มที่ได้จากเมล็ดของต้นโกโก้ ซึ่งมีต้นกำเนิดในป่าฝนเขตร้อนของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ โกโก้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอม ทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย

โกโก้เป็นหนึ่งในแหล่งอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าฟลาโวนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ช่วยปกป้องเซลล์ของร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์

ปรับปรุงสุขภาพหัวใจ

ฟลาโวนอยด์ในโกโก้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านเกล็ดเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ โดยฟลาโวนอยด์เหล่านี้จะช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงการไหลเวียนเลือด และลดการก่อตัวของลิ่มเลือด

ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2

สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้ยังช่วยปรับปรุงการตอบสนองต่ออินซูลินของร่างกาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โกโก้ยังมีดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งหมายความว่าจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปรับปรุงการทำงานของสมอง

โกโก้มีสารประกอบที่เรียกว่าธีโอโบรมีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่ออกฤทธิ์อ่อนกว่าคาเฟอีน ธีโอโบรมีนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง ซึ่งส่งผลให้ความจำและการทำงานของสมองดีขึ้น นอกจากนี้ โกโก้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหาย

ลดความเครียดและความวิตกกังวล

โกโก้มีสารประกอบที่เรียกว่าเทโอฟิลลีน ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นอ่อนๆ เทโอฟิลลีนช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและทำให้รู้สึกตื่นตัว แต่ก็ยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้อีกด้วย

แหล่งธาตุอาหารที่ยอดเยี่ยม

นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว โกโก้ยังเป็นแหล่งธาตุอาหารที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย โกโก้มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยปรับปรุงการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท โกโก้ยังมีเหล็กสูง ซึ่งช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง และมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งช่วยควบคุมความดันโลหิต

วิธีใช้ประโยชน์จากโกโก้

มีหลายวิธีในการรับประโยชน์จากโกโก้ สามารถดื่มโกโก้ร้อนหรือเย็นก็ได้ หรือจะเติมผงโกโก้ลงในสมูทตี้หรือโยเกิร์ตก็ได้ และสามารถใช้ผงโกโก้ในการทำขนมและของหวานได้อีกด้วย

ข้อควรระวัง

แม้ว่าโกโก้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ควรคำนึงถึง นั่นก็คือ โกโก้มีคาเฟอีน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ความวิตกกังวลและนอนไม่หลับได้ในบางคน นอกจากนี้ โกโก้ยังมีออกซาเลต ซึ่งอาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้สำหรับบางคน

โกโก้เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารที่จำเป็นมากมาย รวมถึงการปรับปรุงสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ปรับปรุงการทำงานของสมอง ลดความเครียดและความวิตกกังวล และเป็นแหล่งธาตุอาหารที่ยอดเยี่ยม การรับประทานโกโก้ในปริมาณที่พอเหมาะสามารถช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้.

ทิวลิป ผงโกโก้ ชนิดสีน้ำตาลแดงเข้ม 24% 500 กรัม

Magneto เวย์โปรตีนไอโซเลท รสโกโก้ 1 lbs.