สำนักงาน ก.ค.ศ. มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งการแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดแนวทางการพิจารณาสาขาวิชาเอกของผู้ขอย้ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง

การแก้ไขครั้งนี้เป็น การแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 18 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 โดยส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.4/416 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569
แก้ไขหลักเกณฑ์ตามมติ ก.ค.ศ.
สำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 19 (4) มาตรา 59 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมติ ก.ค.ศ. ในคราวประชุม ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569
สาระสำคัญคือ แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 18 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ในส่วนของการพิจารณาย้าย ข้อ 8.2.1 โดยยกเลิกข้อความตาม 1) 2) และ 3) และให้ใช้ข้อความใหม่แทน
สาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่แก้ไข
หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้การพิจารณาย้ายเป็นไปตามลำดับ ดังนี้
1. พิจารณาจากสาขาวิชาเอกที่ตรงกับความต้องการของสถานศึกษา
ให้พิจารณาผู้ขอย้ายที่มีกลุ่มวิชา ทาง หรือสาขาวิชาเอก ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือรายวิชา วิชา สาขา หรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยต้องตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาที่รับย้าย และเรียงลำดับจากผู้ที่มีคะแนนรวมการประเมินตามองค์ประกอบในข้อ 2 จากมากไปหาน้อย
สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้พิจารณาผู้ที่มีสาขาวิชาเอกตรงตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอก และตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาที่รับย้าย พร้อมเรียงลำดับคะแนนรวมการประเมินจากมากไปหาน้อยเช่นเดียวกัน
2. เปิดโอกาสให้ผู้มีประสบการณ์สอนในสาขาที่ขาดแคลน
กรณีไม่สามารถดำเนินการตามข้อ 1) ได้ หรือดำเนินการแล้วแต่ยังมีตำแหน่งว่าง ให้พิจารณาผู้ที่มีสาขาวิชาเอกไม่ตรงและไม่อยู่ในกลุ่มวิชาหรือทางเดียวกับสาขาวิชาเอกที่ว่าง แต่มีประสบการณ์การสอนและปฏิบัติหน้าที่สอนในสาขาวิชาเอกที่ว่างนั้น โดยต้องตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาที่รับย้าย และเรียงลำดับตามคะแนนรวมการประเมิน
ในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้พิจารณาผู้ที่มีสาขาวิชาเอกไม่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอกที่ว่าง แต่มีประสบการณ์การสอนและปฏิบัติหน้าที่สอนในสาขาวิชาเอกตรงตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอกที่ว่าง พร้อมเรียงลำดับคะแนนรวมการประเมินจากมากไปหาน้อย
กำหนดลำดับการพิจารณาคำร้องที่ชัดเจน
หลักเกณฑ์ที่แก้ไขยังกำหนดให้ การดำเนินการตามข้อ 1) และข้อ 2) ต้องพิจารณาคำร้องขอย้ายที่ระบุชื่อสถานศึกษาให้แล้วเสร็จก่อน จึงพิจารณาคำร้องที่ระบุว่า “สถานศึกษาใด ๆ ก็ได้” ในภายหลัง
นอกจากนี้ ให้ใช้ความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองการย้ายและคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยผู้ขอย้ายไม่จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาให้ย้ายเสมอไป และหากความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาแตกต่างจากความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรองการย้าย จะต้องระบุเหตุผลให้ชัดเจน
สำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุตอนท้ายของหลักเกณฑ์ว่า “ข้อความนอกจากนี้คงเดิม” หมายความว่าส่วนอื่นของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายยังคงใช้ตามหลักเกณฑ์เดิมทุกประการ.
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)

Disclaimer: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการศึกษา โดยเรียบเรียงจากหนังสือและข้อมูลของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจสาระสำคัญได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ เนื้อหามิใช่เอกสารราชการฉบับทางการ และไม่ถือเป็นข้อวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางกฎหมาย หากมีความแตกต่างระหว่างบทความนี้กับประกาศ หนังสือ หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ ให้ยึดถือเอกสารต้นฉบับของหน่วยงานราชการเป็นสำคัญ ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสำนักงาน ก.ค.ศ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการดำเนินการใด ๆ
© Coohfey.com มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลด้านการศึกษาอย่างถูกต้อง รอบคอบ และอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ.

