Posted on

🐱 ประสาทสัมผัสของแมว: การรับรู้อันตรายรอบตัวและสิ่งแวดล้อมที่เรามองไม่เห็น


👂 หูที่ไวกว่าเรดาร์: การได้ยินระดับอัลตราโซนิก


👃 จมูกไวระดับซูเปอร์: การดมกลิ่นและอวัยวะ วอเมโรนาซาล (Vomeronasal Organ)


👀 ตาคมในความมืด: เห็นได้แม้แสงน้อย


🐾 หนวดสัมผัส: เรดาร์ส่วนตัวที่แม่นยำ


👅 รสขมคือสัญญาณเตือนภัย


⚠️ แมวกับสัตว์มีพิษ: รับรู้อันตรายได้จริงไหม?


🌿 พืชและสารพิษในบ้าน: ภัยเงียบที่แมวไม่อาจรู้เท่าทัน


🦠 โรคพิษสุนัขบ้า: อย่าประมาทแม้แมวจะดูแข็งแรง


🧭 เคล็ดลับง่าย ๆ เพื่อให้แมวปลอดภัยและสบายใจ


🧪 หมายเหตุทางวิทยาศาสตร์


📚 แหล่งอ้างอิงและข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

  • Heffner RS & Heffner HE. การได้ยินของแมว (Hearing range of the domestic cat)
  • Li X. et al. งานวิจัยยีน Tas1r2 และตัวรับรสหวานในแมว
  • Williams CM et al. การศึกษาการทำงานของหนวดแมว
  • องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration (FDA)) – คำเตือนเรื่องพืชพิษ
  • หน่วยงานด้านสารพิษและทะเบียนโรคของสหรัฐฯ (ATSDR) – ข้อมูลพิษวิทยา Pyrethrin / Pyrethroid
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) – แนวทางควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า
  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) – รายงานกรณีโรคพิษสุนัขบ้าในแมว
  • กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development (DLD)) – คู่มือพิษวิทยาในสัตว์เลี้ยง
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (Department of National Parks (DNP)) – ข้อมูลสัตว์มีพิษในประเทศไทย
  • สภากาชาดไทย / สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ – ข้อมูลทางพิษวิทยาและการดูแลสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

Posted on

🐱 ช่วงเวลาที่แมวมีความสุขที่สุด และ “ยิ้มของแมว” จริงๆ เป็นอย่างไร?

เมื่อแมวของคุณหลับตาพริ้ม กะพริบตาช้า หรือเดินมาหาด้วยหางตั้ง — นั่นอาจคือ “รอยยิ้มในแบบของแมว” ที่บอกว่าเขามีความสุขที่สุดในตอนนั้น 💛


😻 แมว “ยิ้ม” ได้จริงไหม?


🐾 เสียงพึมพำของแมว (Purring) หมายถึงอะไร?


🕰️ แล้วแมวจะมีความสุขที่สุดตอนไหน?


💡 สัญญาณง่ายๆ ว่า “แมวของคุณกำลังแฮปปี้”


🏠 เคล็ดลับให้แมวมีความสุขในทุกวัน


มาตรฐานความสุขของแมวในประเทศไทยก็สำคัญนะ


📝 หมายเหตุสำคัญสำหรับผู้อ่านเว็บไซต์

📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

งานวิจัยต่างประเทศ

  1. Humphrey, T. et al. (2020). The role of slow blinking in cat–human communication. Scientific Reports.
  2. Evangelista, M. et al. (2019). The Feline Grimace Scale: A tool for pain assessment in cats.
  3. Delgado, M. (2019). Food puzzles and enrichment for cats. Journal of Veterinary Behavior.
  4. Oregon State University (2022). Human–cat bond and oxytocin response.
  5. Reby, D. et al. (2023). Biomechanics of cat purring. Cornell University Study.

หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย

  • กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development: DLD) — แนวทางสวัสดิภาพสัตว์และกฎหมาย 5 เสรีภาพ
  • กรมควบคุมโรค (Department of Disease Control: DDC) — ข้อมูลวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในแมว
Posted on

🐱💛เปิดงานวิจัยพฤติกรรมแมว เผย 8 สัญญาณความรักจากเจ้านายสี่ขา

แมวมักถูกมองว่า “นิ่ง เฉย ไม่แคร์” แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ช่วง 10–15 ปีที่ผ่านมา กลับชี้ว่าพวกเขามีรูปแบบการสื่อสารความรักและความผูกพันกับมนุษย์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด บทความนี้รวบรวม “ภาษารักของแมว” ที่ได้รับการศึกษาจริง พร้อมแหล่งอ้างอิงวิจัยในทุกข้อ

1) ยิ้มแบบแมว: “กระพริบตาช้า ๆ” หรือ eye-narrowing 😺✨

งานวิจัยในวารสาร Scientific Reports พบว่า การที่แมว “หรี่ตาหรือกระพริบช้า ๆ” ตอบรับเจ้าของ และเมื่อเจ้าของทำท่าทางนี้ก่อน แมวจะเข้าหาและผ่อนคลายมากขึ้น—เป็นสัญญาณสัมพันธ์เชิงบวก คล้าย “รอยยิ้ม” ของแมว
อ้างอิง: Humphrey et al., 2020 (Scientific Reports)

2) เสียงพรูร์ไม่ใช่แค่พอใจ: มี “พรูร์เรียกร้อง” แบบพิเศษด้วย 🔊💓

แมวมีเสียงพรูร์หลายความหมาย งานของ Current Biology อธิบาย “solicitation purr” ที่แทรกย่านความถี่คล้ายเสียงทารก เพื่อเรียกความสนใจจากมนุษย์—มักใช้เวลาอยากได้อาหารหรือความสนใจ ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจและการพึ่งพิง
อ้างอิง: McComb et al., 2009 (Current Biology)

3) หางชูตรง–ปลายหางสั่นนิด ๆ และ “ถูไถ/เอาตัวมาคลอเคลีย” 🐈‍⬛🤝

ท่าทาง “หางชู” (tail-up) และการถูตัวกับขา/มือเจ้าของ เป็นสัญญาณทักทายเชิงมิตรและการทำ “สัญลักษณ์กลิ่น” เพื่อผนวกรวมเราไว้ในกลุ่มสังคมของเขา การศึกษาทางพฤติกรรมในแมวบ้านอธิบายชัดว่าท่าหางชูสัมพันธ์กับบริบทเป็นมิตร
อ้างอิง: Cameron-Beaumont, 1997 (วิทยานิพนธ์/งานวิจัยด้านพฤติกรรมแมว), Bradshaw & Cameron-Beaumont, 2000

4) “นวดแป้ง/นวดผ้า” (kneading) และนอนใกล้ ๆ คือความผ่อนคลายและความไว้วางใจ 🥐🛌

การนวดสลับอุ้งเท้าบนผิวอ่อน ๆ เป็นพฤติกรรมเชื่อมโยงกับช่วงลูกแมว—เมื่อผู้ใหญ่ยังทำ แปลว่ารู้สึกปลอดภัยมากพอที่จะ “ย้อนสภาวะเป็นเด็ก” ใกล้เจ้าของ การเลือกมานอนชิดหรือทับตักยิ่งตอกย้ำความไว้วางใจ
อ้างอิง: Curtis et al., 2007; Bradshaw, 2013 (Cat Sense)

5) แมวจำชื่อเรา–จำชื่อเพื่อนร่วมบ้าน และแยกเสียงเจ้าของได้ 📣👂

ทีมญี่ปุ่นพบว่าแมวแยกแยะชื่อของตัวเอง ชื่อแมวตัวอื่น และแม้กระทั่ง “ชื่อมนุษย์ที่อยู่ร่วมบ้าน” ได้ นอกจากนี้งานก่อนหน้าแสดงว่าแมวจำและตอบสนองต่อเสียงเจ้าของมากกว่าเสียงคนแปลกหน้า แปลว่าเขารู้ว่า “ใครคือคนของเขา”
อ้างอิง: Saito & Shinozuka, 2013 (Animal Cognition); Saito et al., 2019 & 2022 (Scientific Reports)

6) ผูกพันแบบ “ฐานปลอดภัย”: แมวสร้างความผูกพันคล้ายมนุษย์-ทารก 🧷❤️

การทดสอบรูปแบบ “ปล่อย–กลับมา” พบว่าแมวจำนวนมากแสดงความผูกพันแบบ “ยึดเหนี่ยวอย่างมั่นคง” (secure attachment) ต่อผู้ดูแล คล้ายที่พบในสุนัขและทารกมนุษย์—เมื่อเจ้าของอยู่ แมวสำรวจสิ่งแวดล้อมได้มั่นใจขึ้น
อ้างอิง: Vitale, Behnke & Udell, 2019 (Current Biology)

7) “อ้างอิงทางสังคม” และอ่านอารมณ์เราได้: มองหน้า–ฟังน้ำเสียง–ตามท่าทาง 👀🗣️

แมวอาจดูนิ่ง แต่เขา “อ่านเรา” เก่ง งานวิจัยพบว่าแมวใช้สัญญาณจากใบหน้าและน้ำเสียงมนุษย์เพื่อประเมินสถานการณ์คลุมเครือ (social referencing) และสามารถแยกแยะอารมณ์มนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง
อ้างอิง: Merola et al., 2015 (Animal Cognition); Galvan & Vonk, 2016 (Animal Cognition)

8) ของฝากจากนักล่า: นำ “ของขวัญ” กลับบ้าน 🎁🕊️

บางตัวพา “ของล่า/ของเล่น” มาให้ ไม่ใช่เพื่อทำให้ตกใจ แต่สะท้อนแนวโน้มแบ่งปันทรัพยากรกับสมาชิกกลุ่ม (เรา) หรือเป็นการฝึก/ชวนเล่น—นักพฤติกรรมสัตว์อธิบายว่านี่คือการสื่อสารความสัมพันธ์ มากกว่าการโอ้อวด
อ้างอิง: Turner & Bateson, 2013 (ed.) The Domestic Cat; Bradshaw, 2013

เคล็ดลับเล็ก ๆ ให้แมวกล้า “บอกรัก” เรามากขึ้น 🧰🌿

  • ทดลอง “กระพริบตาช้า ๆ” ใส่แมว แล้วคอยดูว่าเขาตอบกลับหรือไม่ (ตามงาน Scientific Reports)
  • เคารพพื้นที่ส่วนตัว ให้ทางเลือกขึ้น-ลง/หลบซ่อนเสมอ เพื่อลดความเครียด
  • เล่นแบบล่า-พัก (predatory sequence) เป็นประจำ และให้ของรางวัลหลังจบเกม
  • รักษาตารางให้อาหาร/เล่น/ทำความสะอาดกระบะอย่างสม่ำเสมอ—ความคาดเดาได้ช่วยเพิ่มความไว้วางใจ
  • ตรวจสุขภาพประจำปีและดูแลวัคซีนตามคำแนะนำหน่วยงานรัฐ

หมายเหตุสำหรับผู้อ่านเว็บไซต์: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพฤติกรรมแมว ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางสัตวแพทย์ หากแมวเปลี่ยนพฤติกรรมกะทันหันหรือมีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง :

วารสารวิชาการ/หนังสือ

  • Humphrey, T. et al. (2020). The role of cat eye-narrowing movements in cat–human communication. Scientific Reports.
  • McComb, K. et al. (2009). The cry embedded within the purr. Current Biology.
  • Saito, A. & Shinozuka, K. (2013). Domestic cats discriminate their names from other words. Animal Cognition.
  • Saito, A. et al. (2019, 2022). Cats’ sensitivity to human voice / recognition of owner and cohabiting names. Scientific Reports.
  • Vitale, K.R., Behnke, A.C., Udell, M.A.R. (2019). Attachment bonds between cats and humans. Current Biology.
  • Merola, I., Prato-Previde, E., Marshall-Pescini, S. (2015). Social referencing in cats. Animal Cognition.
  • Galvan, M., Vonk, J. (2016). Discrimination of human emotion by domestic cats. Animal Cognition.
  • Bradshaw, J. (2013). Cat Sense; Turner, D.C. & Bateson, P. (eds.), The Domestic Cat (2013).
Posted on

🐾สังเกตอาการ–ป้องกันทันที: รับมือโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกในครัวเรือนมากขึ้น แต่ “โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)” ยังคงเป็นภัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม งานวิจัยหลายฉบับจากองค์กรสาธารณสุขระดับโลกและในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า แม้โรคนี้จะร้ายแรงจนแทบไม่อาจรักษาได้เมื่ออาการแสดงออกมาแล้ว แต่หากรู้วิธีป้องกันและสังเกตอย่างถูกต้อง ก็สามารถลดความเสี่ยง การแพร่เชื้อ และชีวิตสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความข่าวชิ้นนี้จะพาไปสำรวจแนวทางป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์เลี้ยงในบ้าน ทั้งวิธีสังเกตอาการ ความเสี่ยง และมาตรการที่ควรปฏิบัติ

🛡️ ทำไมเราต้องระมัดระวังโรคพิษสุนัขบ้า?

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคไวรัสที่ติดต่อระหว่างสัตว์ (zoonotic disease) และมีอัตราเสียชีวิตสูงเมื่อเข้าสู่ระบบประสาทกลางแล้ว โดย สุนัข ถือเป็นพาหะสำคัญในมนุษย์สูงถึง ร้อยละ 99 ของกรณีการแพร่เชื้อในมนุษย์มาจากสัตว์สุนัข (WHO) World Health Organization+1

WHO ระบุว่า สามกลยุทธ์หลักที่พิสูจน์ได้ว่า “ป้องกันได้” คือ

  1. สร้างความตระหนักรู้ในชุมชน (awareness)
  2. ให้ Post-exposure prophylaxis (PEP) — ยาป้องกันหลังถูกกัดทันทีและการล้างแผลอย่างถูกต้อง World Health Organization
  3. การฉีดวัคซีนสุนัขเป็นวงกว้าง (mass dog vaccination) เพื่อยุติการแพร่ของไวรัสที่ต้นทาง World Health Organization+1

ในประเทศไทย แม้จะมีกฎหมายกำหนดให้เจ้าของสุนัขต้องฉีดวัคซีนประจำปีตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา แต่การบังคับใช้งานจริงยังไม่เข้มงวดเต็มที่ ส่งผลให้การควบคุมโรคยังเป็นภาระที่ท้าทาย PubMed Central

งานวิจัย “Study of dog population dynamics and rabies awareness in Thailand using a school-based participatory research approach” ในปี 2024 พบว่า สุนัขจรจัดจำนวนไม่น้อยมีเจ้าของและเข้าถึงการฉีดวัคซีนได้ แต่บางเจ้าของไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายในการดูแลหรือฉีดวัคซีนให้สุนัขของตนเองได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยโครงการฉีดวัคซีนมวลชนฟรีจากรัฐหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร Nature

อีกงานหนึ่ง “Feasibility and Effectiveness Studies with Oral Vaccination of Free-Roaming Dogs against Rabies in Thailand” ชี้ว่า การใช้วัคซีนชนิดรับประทาน (oral vaccine) ในสุนัขจรจัดอาจช่วยเข้าถึงประชากรสุนัขที่เข้าสู่โครงการฉีดวัคซีนโดยทั่วไปได้ยาก PubMed

👁 วิธีสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยง — เมื่อใดต้องระวัง?

โรคพิษสุนัขบ้ามีระยะฟักตัวและอาการที่แอบแฝง ก่อนแสดงอาการอย่างชัดเจน ด้านล่างคือสัญญาณที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรจับตา:

  • พฤติกรรมเปลี่ยน เช่น สุนัขหรือแมวซึ่งโดยปกติอ่อนโยน กลายเป็นก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล 🐾
  • น้ำลายยืดไหลผิดปกติ (drooling) หรือมีลักษณะน้ำลายเหนียว
  • กลืนหรือดื่มน้ำลำบาก
  • ชัก โก่งตัว หรืออัมพาตบางส่วน
  • หวงแหนบริเวณแผลหรือกัดตัวเอง
  • หลีกเลี่ยงแสง เสียง หรือตำแหน่งที่เคยชอบ

งานวิจัยและองค์ความรู้ทางสัตวแพทย์ชี้ว่า เมื่อสัตว์เริ่มมีอาการทางระบบประสาทกลาง (central nervous system) เช่น ชัก อัมพาต หรือพฤติกรรมผิดปกติแล้ว การรักษาให้หายเป็นไปได้ยาก และอัตราการเสียชีวิตสูง จึงถือเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่ต้องรีบดำเนินการทันที

เพราะฉะนั้น เจ้าของควรสังเกตสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ และไม่ปล่อยให้สัตว์มีโอกาสถูกกัดหรือมีแผลโดยไม่ดูแล

🏡 แนวทางป้องกันสัตว์เลี้ยงไม่ให้ติดเชื้อ

  1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สัตว์เลี้ยง (Pre-exposure vaccination)
    การฉีดวัคซีนให้สุนัขและแมวตามตารางเป็นวิธีพื้นฐานและทรงประสิทธิภาพในการป้องกัน (WHO แนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดเซลล์หรือวัคซีนที่สะอาดแทนวัคซีนเนื้อเยื่อ) Who Rabies Bulletin+1
  2. ควบคุมประชากรสัตว์จรจัด
    โครงการทำหมัน (spay/neuter) ควบคู่การฉีดวัคซีนช่วยลดจำนวนสุนัขจรจัด จัดสภาพแวดล้อมให้น้อยการแพร่เชื้อ เช่น กำจัดแหล่งอาหารให้สัตวจรจัดเข้าไม่ถึง งานวิจัยคณิตศาสตร์ชี้ว่า การควบคุมประชากรสัตว์อย่างเป็นระบบช่วยลดการแพร่ของโรคได้ arXiv+1
  3. การจัดจุดฉีดวัคซีนให้เข้าถึงง่าย
    งานวิจัย “Optimizing the location of vaccination sites to stop a zoonotic epidemic” ชี้ว่า การวางศูนย์ฉีดวัคซีนให้ใกล้ประชาชนและเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ จะช่วยเพิ่มการเข้าร่วมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการพาสัตว์ไปฉีด arXiv
  4. การควบคุมการติดต่อสัมผัส
    • หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์เลี้ยงให้ออกไปกลางคืนหรือเข้าสัมผัสกับสัตว์ป่า
    • ควบคุมการเล่นกับสัตว์จรจัดหรือสัตว์ที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน
    • เฝ้าระวังแผลจากกัดหรือถูกข่วน และล้างแผลทันที
  5. ให้ความรู้และเพิ่มการตระหนักรู้ (Education & awareness)
    การให้ความรู้แก่เจ้าของสัตว์ถึงความเสี่ยง วิธีป้องกัน และการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ ถือเป็นส่วนสำคัญของมาตรการพันธมิตร (One Health) ระหว่างมนุษย์และสัตว์ World Health Organization+1

ในประเทศไทย องค์กรอย่าง Soi Dog Foundation มีบทบาทในการฉีดวัคซีนและทำหมันให้กับสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก และถือเป็นพันธมิตรสำคัญในโครงการลดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับชุมชน Wikipedia

🚨 เมื่อถูกกัดหรือสัมผัส: ต้องทำอย่างไร?

  • 💧 ล้างแผลทันที ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เช็ดเบา ๆ ประมาณ 15 นาที
  • 📞 รีบไปพบแพทย์หรือศูนย์สุขภาพสัตว์ เพื่อประเมินความเสี่ยง
  • 💉 หากจำเป็น แพทย์จะให้ Post-exposure prophylaxis (PEP) หรือชุดวัคซีนหลังการสัมผัสโรค หรือในบางกรณีให้ Rabies immunoglobulin (RIG) ร่วมด้วย งาน WHO ระบุว่า การให้ PEP อย่างถูกต้องร่วมกับการล้างแผลสามารถป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้เกือบ 100% World Health Organization
  • ติดตามฉีดครบชุดตามคำแนะนำของแพทย์ อย่าหยุดกลางคัน

งานวิจัยเรื่อง “A persona-based exploration of rabies post-exposure prophylaxis seeking behavior and its implication for communication strategic planning: Evidence from Thailand” (2025) ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจพฤติกรรมผู้ที่สัมผัสสัตว์ (เช่น บางคนลังเลหรือไม่ทราบขั้นตอน) มีผลต่อการเข้าถึงบริการ PEP แนะนำให้สื่อสารได้ตรงกลุ่มเพื่อลดอุปสรรคในการรับวัคซีนหลังการสัมผัส ScienceDirect

📣 ผลลัพธ์จากการดำเนินการและทิศทางในอนาคต

ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการลดจำนวนผู้ป่วยพิษสุนัขบ้าลงกว่า 90% ตั้งแต่ทศวรรษ 1980–1990 ด้วยโครงการฉีดวัคซีนและบริการ PEP ที่เข้าถึงได้ แต่ก็ยังมีจุดที่อาจพัฒนาได้เช่นการจัดการสัตว์จรจัดและการบังคับใช้กฎหมายฉีดวัคซีนประจำปีอย่างเข้มงวดขึ้น World Health Organization+2WOAH – Asia+2

นอกจากนี้ งานวิจัย “Optimizing dog population control strategies in Thailand using mathematical and economic modeling” แนะนำให้มีการบริหารจัดการประชากรสุนัขควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีน เพื่อให้โครงการควบคุมโรคยั่งยืนและมีต้นทุนที่เหมาะสม PubMed Central

เมื่อพิจารณาจากวิธีการต่าง ๆ ที่สนับสนุนโดยวิทยาศาสตร์และหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก การควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนเลี้ยงสัตว์ ชุมชน องค์กรไม่แสวงหากำไร และภาครัฐ

🔖 แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานภาครัฐ

  • World Health Organization (WHO) — การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์และสัตว์ World Health Organization+2Who Rabies Bulletin+2
  • WHO Fact Sheet: Rabies World Health Organization
  • งานวิจัยภาคประเทศไทย “Study of dog population dynamics and rabies awareness in Thailand” Nature
  • งานวิจัย Oral vaccination of free-roaming dogs in Thailand PubMed
  • งานวิจัยเรื่อง “Optimizing the location of vaccination sites …” arXiv
  • Soi Dog Foundation (องค์กรไม่แสวงหากำไรในไทย) ในบทบาทสนับสนุนการฉีดวัคซีนสัตว์จรจัด Wikipedia
  • บทความข่าว “Bangkok and Samut Prakan declared rabies zones” (ประเทศไทย) ที่กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติในกรณีถูกกัด nationthailand
  • CDC (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา) — รายงานการประกันสาธารณสุขเกี่ยวกับพิษสุนัขบ้า CDC
Posted on

🐾แมวกับ “สัมผัสที่หก”: สิ่งที่งานวิจัยยืนยัน และสิ่งที่ยังไม่มีหลักฐาน

ยังไม่มีหลักฐานจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ของรัฐที่ยืนยันว่าแมวมี “สัมผัสที่ 6” หรือทำนายภัยพิบัติได้โดยตรง ขณะที่หน่วยงานด้านสุขภาพยอมรับว่า “การเลี้ยงสัตว์” (รวมแมว) มี ประโยชน์ต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ ของคน และแมวอาจตอบสนองต่อ สิ่งเร้าทางกายภาพปกติ (เช่น เสียง ความสั่น หรือสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการ) มากกว่าพลังลี้ลับ ทั้งนี้ ประชาชนควรพึ่ง ระบบเตือนภัยของรัฐ และปฏิบัติตามแนวทาง “เลี้ยงแมวอย่างปลอดภัย” เพื่อลดความเสี่ยงโรคจากสัตว์สู่คนด้วย. shakealert.org+3USGS+3NIH News in Health+3


🧠 “สัมผัสที่ 6” กับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • สำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส [USGS]) ระบุว่า แม้มีรายงานพฤติกรรมผิดปกติของสัตว์ก่อนแผ่นดินไหวตั้งแต่อดีตกาล แต่ ยังไม่มีหลักฐานที่ “สม่ำเสมอและเชื่อถือได้” รวมถึงยังไม่มี “กลไกที่อธิบายได้ชัดเจน” ว่าสัตว์ (หรือแมว) ทำนายแผ่นดินไหวได้ จึง ไม่ใช่วิธีเตือนภัยที่รัฐยอมรับ. USGS
  • แทนที่จะเป็น “สัมผัสที่ 6” นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าสัตว์อาจ รับรู้สิ่งเร้าทางกายภาพตามปกติ (เช่น คลื่นสั่นสะเทือนขนาดเล็กก่อนแรงสั่นหลัก หรือ P-waves) แล้ว ตอบสนองเร็ว กว่าที่มนุษย์จะรู้สึกได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของยูเอสจีเอส (USGS). USGS

🛡️ แมว “ปกป้อง” มนุษย์ได้อย่างไรในโลกจริง

  • ไม่ใช่พลังลี้ลับ แต่คือ ประโยชน์ด้านสุขภาพและอารมณ์: สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (เอ็นไอเอช [NIH]) รายงานว่าปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ช่วย ลดคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ลดความดันโลหิต ลดความโดดเดี่ยว และเพิ่มแรงสนับสนุนทางสังคม—เป็นผลดีทางอ้อมต่อ “ความยืดหยุ่น” ของเจ้าของเมื่อเผชิญเหตุไม่คาดฝัน. NIH News in Health
  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี [CDC]) ย้ำว่าแมว ช่วยพยุงกำลังใจ/สังคม ของผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดทางกาย–ใจได้จริง แต่ก็ต้องเลี้ยงอย่างปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (เช่น ทอกโซพลาสมา/พยาธิไส้เดือน). CDC

📡 เตือนภัยพิบัติ: พึ่ง “ระบบรัฐ” มากกว่า “สัญชาตญาณสัตว์”

  • หากพูดถึงการเตือนแผ่นดินไหวในชีวิตจริง ให้พึ่ง ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าเชคอเลิร์ต (จัดการโดยยูเอสจีเอส [USGS] — ShakeAlert) ที่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าเป็นวินาทีเพื่อปกป้องชีวิต/ทรัพย์สิน (ครอบคลุมบางรัฐของสหรัฐฯ) ไม่ใช่รอพฤติกรรมสัตว์. shakealert.org+2USGS Earthquake Hazards+2
  • เหตุอากาศรุนแรง/ภัยอื่น ๆ ให้ติดตาม วิทยุสภาพอากาศทุกภัยขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นโอเอเอ [NOAA]) และประกาศเตือนจากรัฐอย่างต่อเนื่อง 24 ชม. รวมถึงแนวทาง “พร้อมรับมือ (Ready.gov)” ของสหรัฐฯ ที่สรุปช่องทางแจ้งเตือนฉุกเฉิน. National Weather Service+2NOAA+2

🐾 เลี้ยงแมวอย่างปลอดภัย: ลดความเสี่ยงโรค–เพิ่มคุณภาพชีวิต

  • ซีดีซี (CDC) แนะนำดูแลกระบะทราย เปลี่ยนทุกวัน/ล้างมือทุกครั้ง และรู้เท่าทันโรคจากแมว (เช่น ทอกโซพลาสโมซิส) เพื่อลดความเสี่ยงต่อคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/สตรีตั้งครรภ์. CDC+1
  • โดยรวม ซีดีซี (CDC) และ เอ็นไอเอช (NIH) ระบุว่าการเลี้ยงสัตว์มี ข้อดีต่อสุขภาพจิต–สังคม แต่ควบคู่กับ สุขอนามัยและการพาสัตว์พบสัตวแพทย์สม่ำเสมอ ตามคำแนะนำหน่วยงานรัฐ. CDC+1

🧩 สรุปเชิงหลักฐาน: “สัมผัสที่ 6” ยังไม่พิสูจน์—แต่แมวช่วยเราได้ในมิติสุขภาพ

  • ณ ปัจจุบัน ยูเอสจีเอส (USGS) ยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สัตว์เลี้ยง (รวมแมว) จะทำนายแผ่นดินไหว/ภัยพิบัติได้อย่างเชื่อถือได้ ขณะที่ เอ็นไอเอช (NIH) และ ซีดีซี (CDC) ยอมรับประโยชน์ด้าน ลดความเครียด–ความโดดเดี่ยว–สนับสนุนทางสังคม ของการเลี้ยงแมวต่อมนุษย์ ซึ่งเป็นการ “ปกป้องใจ” มากกว่าปกป้องแบบเหนือธรรมชาติ. USGS+2NIH News in Health+2

✅ คู่มือปฏิบัติสำหรับผู้อ่าน

  1. ติดตามระบบเตือนภัยของรัฐ: สมัครและเปิดใช้งาน เชคอเลิร์ต (USGS—ShakeAlert) และฟัง วิทยุเอ็นโอเอเอ (NOAA Weather Radio); อย่าพึ่งสัญชาตญาณสัตว์เป็นหลัก. shakealert.org+1
  2. ดูแลความปลอดภัย–สุขอนามัยของแมว: ทำความสะอาดกระบะทราย/ล้างมือ/พบบุคลากรสัตวแพทย์ตามความเหมาะสม ตามคำแนะนำ ซีดีซี (CDC). CDC
  3. ใช้ประโยชน์เชิงสุขภาพจากการเลี้ยงสัตว์อย่างมีสติ: ให้เวลาคุณภาพกับสัตว์เลี้ยงเพื่อ ลดความเครียด และ เสริมแรงใจ ตามหลักฐานของ เอ็นไอเอช (NIH); หากมีเหตุฉุกเฉิน ให้พึ่งเตือนภัยของรัฐเป็นอันดับแรก. NIH News in Health

🧾 แหล่งอ้างอิง

  • สำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส [USGS]) — คำอธิบาย “สัตว์ทำนายแผ่นดินไหวได้หรือไม่” และบทบาท เชคอเลิร์ต (ShakeAlert) ระบบเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า. USGS+2USGS Earthquake Hazards+2
  • องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นโอเอเอ [NOAA])วิทยุสภาพอากาศทุกภัย (NOAA Weather Radio All Hazards) สำหรับประกาศเตือน 24 ชม. National Weather Service+1
  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี [CDC]) — หน้าความรู้ “แมว” ในโครงการ Healthy Pets, Healthy People และแนวทางสุขอนามัย/ทอกโซพลาสโมซิส. CDC+1
  • สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (เอ็นไอเอช [NIH]) — บทความ NIH News in Health: The Power of Pets ว่าด้วยประโยชน์ต่อความเครียด/ความดัน/สังคม. NIH News in Health
  • พร้อมรับมือ (Ready.gov; สังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ: ดีเอชเอส [DHS]) — ช่องทางการเตือนภัยและการแจ้งเตือนฉุกเฉิน. Ready

หมายเหตุบรรณาธิการ: บทความนี้ให้ข้อมูลตามหลักฐานจากหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล หากคุณกังวลพฤติกรรม/สุขภาพของแมว หรือมีคำถามด้านความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน โปรดปรึกษาสัตวแพทย์และปฏิบัติตามระบบเตือนภัยของรัฐเสมอ.

Posted on

🐾ไขปริศนาแมวชอบข่วนเล็บ: จากการทำอาณาเขตจนถึงการคลายเครียด

พฤติกรรม “ข่วน (scratching)” เป็น พฤติกรรมตามธรรมชาติ ของแมว ไม่ใช่ “นิสัยเสีย” และสามารถจัดการให้เกิดในที่เหมาะสมได้ เมื่อเข้าใจเหตุผลเชิงชีววิทยาและหลักฐานวิจัยรองรับต่อไปนี้


🧬 เหตุผลที่ 1: ทำเครื่องหมายอาณาเขต (Territorial marking) ✨

แมวมี ต่อมกลิ่นที่ซอกนิ้ว (interdigital glands) เมื่อลงเล็บ กลิ่นจะถูกทิ้งไว้เป็น “ข้อความเคมี” ร่วมกับรอยขีดข่วนที่มองเห็น เพื่อบอกขอบเขตอาณาเขตและลดการปะทะกับแมวตัวอื่น ๆ งานกำกับดูแลจาก RSPCA และเอกสารความรู้ทางพฤติกรรมสัตวแพทย์ยืนยันบทบาทของการข่วนในฐานะการทำสัญลักษณ์อาณาเขตของแมว. kb.rspca.org.auRSPCA+1


🧼 เหตุผลที่ 2: บำรุงสภาพเล็บ (Claw conditioning) ✂️

การข่วนช่วย ลอกปลอกเล็บเก่า (husk) และคงสภาพเล็บให้คมพร้อมใช้งาน แนวทาง AAFP (สมาคมสัตวแพทย์แมวอเมริกัน) ระบุชัดว่า “การข่วนคือพฤติกรรมปกติของแมว” ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเล็บและควรถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังอุปกรณ์ที่เหมาะสม. PMCcatvets.com


🧘 เหตุผลที่ 3: ยืดเหยียดกล้ามเนื้อและคลายเครียด 🧠

แมวมัก ยืดเหยียดและข่วนทันทีหลังตื่นนอน เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและระบบประสาท อีกทั้งใช้เป็นช่องทางระบายอารมณ์ (ตื่นเต้น/กังวล) ซึ่งพบได้ในคำแนะนำเชิงคลินิกและงานทบทวนพฤติกรรมล่าสุด. ResearchGatePMC


🧪 เหตุผลที่ 4: การสื่อสารด้วยกึ่งฮอร์โมน (Semiochemicals) 🧴

มีงานทดลองใช้ สารเลียนแบบสัญญาณเคมีจากซอกนิ้วแมว (feline interdigital semiochemical – FIS) แสดงว่าสามารถเหนี่ยวนำ/เบี่ยงพฤติกรรมการข่วน ไปยังพื้นที่ที่เราต้องการได้ (แนวคิดเดียวกับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์บางชนิด). PubMedPMCSAGE JournalsVeterinary Evidence


🛋️ ทำไมมักข่วน “เฟอร์นิเจอร์”? (Surface & location preferences) 🧩

พื้นผิวอย่าง ผ้าไม้ปอ/เส้นใยหยาบ และ ตำแหน่งเด่น ๆ (เช่น ใกล้ทางเดินหรือจุดนอน) ดึงดูดให้ข่วนมากกว่า แนวทาง AVMA/AAFP แนะนำให้จัดเสาพรมนักปีนที่ สูงพอให้เหยียดตัวเต็มที่ และตั้งตรงจุดที่แมว “เริ่มข่วนอยู่แล้ว” เพื่อเปลี่ยนทิศทางพฤติกรรม. AVMAPMC


🛠️ จัดการอย่างไรให้บ้านปลอดภัย และแมวมีความสุข

🪵 จัดเสา/แผ่นข่วนหลายแบบไว้ “ถูกที่” ✅

เตรียม เสาตั้งแนวตั้งสูงมั่นคง, กระดานแนวนอน, และพื้นผิวต่างชนิด วางใกล้โซฟาที่ถูกข่วน/จุดตื่นนอน/ประตู พร้อมให้รางวัลเมื่อแมวใช้ถูกที่ (ขนม/เล่น). แนวทางวิชาชีพแนะนำให้ เสาสูง ทน และมั่นคง เพื่อให้แมวเหยียดได้เต็มตัว. AVMAPMC

🌿 ช่วยดึงดูดให้ใช้จุดที่เหมาะ (Attract & redirect) 🪄

  • โรย แคทนิป หรือสเปรย์ดึงดูดบนเสา
  • ใช้ เฟอโรโมนสังเคราะห์/กึ่งฮอร์โมน (เช่น FIS/Feli… analogues) เพื่อเบี่ยงพฤติกรรมจากเฟอร์นิเจอร์ไปยังเสาข่วน (มีหลักฐานสนาม/คลินิกรองรับ). AVMAPubMedPMC

✂️ ตัดเล็บ–ใส่ปลอกเล็บ–ฝึกเชิงบวก 🧑‍🏫

ตัดปลายเล็บทุก 1–2 สัปดาห์, ใช้ ปลอกเล็บ (nail caps) และฝึก “แตะเสา = ได้รางวัล” เป็นทางเลือกที่องค์กรวิชาชีพสัตวแพทย์สนับสนุน. AVMAVeterinary Partner

🚫 หลีกเลี่ยงการถอนเล็บ (Declawing) ❌

AVMA ระบุชัดว่า ไม่สนับสนุนการถอนเล็บ (ทำเฉพาะกรณีทางการแพทย์ที่จำเป็นจริง ๆ) และแนะนำให้ใช้ ทางเลือกไม่ผ่าตัด ทั้งหมดก่อนเสมอ. AVMA+2AVMA+2


🔍 สัญญาณที่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ 🩺

  • ข่วนมากผิดปกติร่วมกับพฤติกรรมเครียด
  • เปลี่ยนรูปแบบข่วนกะทันหัน/ก้าวร้าว
  • เล็บหัก ฉีก เจ็บปวด หรือเดินกะเผลก
    (พฤติกรรมทำเครื่องหมายอาจสัมพันธ์กับความเครียดในบ้าน/แมวหลายตัว — ปรับสิ่งแวดล้อมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญพฤติกรรมแมว) Veterinary PartnerPMC

📌 สรุป

แมวข่วนเพื่อ สื่อสารอาณาเขต, ดูแลเล็บ, ยืดเส้น, และ ปรับอารมณ์ พื้นฐานทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากแนวทางวิชาชีพและงานวิจัย การจัด จุดข่วนที่ถูกใจ + การดึงดูด/เบี่ยงพฤติกรรม + การดูแลเล็บ จะช่วยให้ทั้งบ้านและแมวอยู่ร่วมกันอย่างแฮปปี้


📚 แหล่งอ้างอิง

  • American Association of Feline Practitioners (AAFP) – Position statements & Behavior Guidelines. PMCcatvets.com
  • American Veterinary Medical Association (AVMA) – Alternatives to declawing และ Declawing policy. AVMA+3AVMA+3AVMA+3
  • RSPCA (Australia & UK) – Why cats scratch; Meeting the needs of indoor cats; Marking territory. kb.rspca.org.auRSPCA+1
  • Cozzi A. et al. 2013 – Induction of scratching behaviour in cats: efficacy of synthetic feline interdigital semiochemical. J Feline Med Surg. PubMedSAGE Journals
  • Cisneros A. et al. 2022 – Unwanted Scratching Behavior in Cats: Influence of Household and Cat Demographics. Animals (MDPI). PMC
  • Veterinary Partner (VIN) – Territorial marking; Declawing and alternatives. Veterinary Partner+1
Posted on

🐾 รู้ก่อนสาย! ข้อดีข้อเสียของการให้แมวหมานอนบนเตียง

การนำน้องแมวหรือสุนัขมานอนร่วมบนเตียงกับเจ้าของกลายเป็นเรื่องปกติในหลายครัวเรือน โดยเฉพาะผู้ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว แต่พฤติกรรมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อสุขภาพกาย ใจ และคุณภาพการนอนของมนุษย์ ซึ่งงานวิจัยหลายฉบับได้วิเคราะห์ผลลัพธ์เหล่านี้ไว้อย่างน่าสนใจ


💤 ข้อดีของการนอนร่วมกับแมวหรือสุนัข

🧘‍♀️ 1. ลดความเครียดและสร้างความรู้สึกปลอดภัย

งานวิจัยจากศูนย์เวชศาสตร์การนอนหลับแห่งเมโยคลินิก (Mayo Clinic Center for Sleep Medicine) ปี 2015 พบว่าผู้ที่นอนกับสัตว์เลี้ยงบางคนรายงานว่ารู้สึก “ปลอดภัยและสบายใจ” มากขึ้น โดยสัตว์เลี้ยงทำหน้าที่คล้ายกับ “ผ้าห่มแห่งความมั่นคง” (security blanket) ซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและความเครียดได้

อ้างอิง: Krahn, L. E., et al. (2015). “The effect of dogs on human sleep in the home sleep environment.” Mayo Clinic Proceedings.

🧠 2. ส่งเสริมสุขภาพจิตและลดความรู้สึกโดดเดี่ยว

การมีสัตว์เลี้ยงนอนข้าง ๆ อาจช่วยลดภาวะซึมเศร้า (depression) และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ตามลำพัง งานวิจัยในวารสารแอนโธรโซออส (Anthrozoös) ปี 2017 แสดงให้เห็นว่าผู้สูงวัยที่นอนร่วมกับสุนัขมีแนวโน้มพึงพอใจกับชีวิตมากขึ้น

อ้างอิง: Gee, N. R., et al. (2017). “The role of pet dogs in older adults’ sleep routines and quality of life.” Anthrozoös.

🐾 3. เสริมสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง

การนอนร่วมกันช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพันที่เรียกว่าออกซิโทซิน (oxytocin) ส่งผลให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงรู้สึกใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น

อ้างอิง: Beetz, A., et al. (2012). “Psychosocial and psychophysiological effects of human-animal interactions: the possible role of oxytocin.” Frontiers in Psychology.


🌙 ข้อเสียของการนอนร่วมกับแมวหรือสุนัข

🌪 1. รบกวนคุณภาพการนอน (sleep quality)

แม้ว่าการนอนร่วมกับสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้รู้สึกปลอดภัย แต่พฤติกรรมของพวกมันที่ตื่นตัวหรือเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนอาจรบกวนช่วงหลับลึกได้ งานวิจัยของเมโยคลินิกปี 2017 ที่ใช้เครื่องติดตามการเคลื่อนไหวขณะหลับหรือแอคทิกราฟี (actigraphy) พบว่าคนที่นอนร่วมกับสุนัขมักมีการตื่นระหว่างคืนบ่อยขึ้น

อ้างอิง: Krahn, L. E., et al. (2017). “Effect of dogs on human sleep in the home sleep environment.” Mayo Clinic Proceedings.

🐾 2. เสี่ยงต่อการแพ้หรือโรคผิวหนัง

สัตว์เลี้ยงอาจนำเชื้อโรค แบคทีเรีย (bacteria) หรือสารก่อภูมิแพ้ (allergens) เข้าสู่ที่นอน ซึ่งอาจกระตุ้นอาการในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดได้ง่ายขึ้น

อ้างอิง: American Academy of Allergy, Asthma & Immunology (AAAAI). “Pet Allergies.”

😴 3. ทำให้เกิดพฤติกรรมพึ่งพาเกินไป

สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจติดเจ้าของมากเกินไปจากการนอนด้วยกันทุกคืน ส่งผลให้เกิดภาวะวิตกกังวลเมื่อถูกแยกจากเจ้าของ (separation anxiety) และอาจส่งผลในระยะยาวทั้งกับสัตว์และมนุษย์

อ้างอิง: Overall, K. L. (2013). “Manual of Clinical Behavioral Medicine for Dogs and Cats.”


🛏️ คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการนอนร่วมกับสัตว์เลี้ยง

  • หากไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้หรือการนอนหลับ การนอนกับสัตว์เลี้ยงอาจเป็นประโยชน์ทางจิตใจ
  • ควรหมั่นอาบน้ำและดูแลความสะอาดของสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
  • อาจใช้ผ้าปูเตียงเฉพาะสำหรับสัตว์ หรือฝึกให้สัตว์เลี้ยงนอนเฉพาะบริเวณปลายเตียงเพื่อลดการรบกวน

🔚 สรุป

การนอนร่วมกับแมวหรือสุนัขมีทั้งข้อดีในด้านจิตใจ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกปลอดภัย แต่ก็มีข้อเสียที่เกี่ยวกับคุณภาพการนอน สุขอนามัย และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว การตัดสินใจจึงควรพิจารณาจากบริบทเฉพาะของแต่ละคนและสัตว์เลี้ยงของตนเอง


📚 แหล่งอ้างอิง

  1. Krahn, L. E., et al. (2015). The effect of dogs on human sleep in the home sleep environment. Mayo Clinic Proceedings.
  2. Gee, N. R., et al. (2017). The role of pet dogs in older adults’ sleep routines and quality of life. Anthrozoös.
  3. Beetz, A., et al. (2012). Psychosocial and psychophysiological effects of human-animal interactions: the possible role of oxytocin. Frontiers in Psychology.
  4. American Academy of Allergy, Asthma & Immunology. Pet Allergies.
  5. Overall, K. L. (2013). Manual of Clinical Behavioral Medicine for Dogs and Cats.

Posted on

เข้าใจสัญชาตญาณนักล่าในตัวแมว แม้จะมีอาหารครบถ้วน

หลายคนที่เลี้ยงแมวเคยประสบกับภาพน่าตกใจเมื่อเจ้าเหมียวนำหนูหรือนกมาวางไว้หน้าบ้าน ทั้งๆ ที่ในชามอาหารยังมีของกินเต็มอยู่ เหตุใดแมวจึงยังคง “ล่า” ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นทางด้านโภชนาการ?

การเข้าใจพฤติกรรมการล่าของแมว ไม่เพียงช่วยคลายข้อสงสัยให้ทาสแมวเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราออกแบบวิธีการเลี้ยงที่ตอบสนองสัญชาตญาณตามธรรมชาติของพวกมันได้ดียิ่งขึ้น

🐾 แมว: นักล่าตามสัญชาตญาณ

แมวบ้าน (Felis catus) มีวิวัฒนาการมาจากแมวป่า (Felis lybica) ซึ่งเป็นนักล่าเดี่ยวที่ต้องพึ่งพาทักษะการล่าเพื่อความอยู่รอด ถึงแม้แมวบ้านจะได้รับอาหารจากมนุษย์ แต่พฤติกรรมการล่ายังคงอยู่เพราะมันฝังรากลึกในสายพันธุกรรม

งานวิจัยโดย Dr. John W.S. Bradshaw แห่ง University of Bristol (2013) ระบุว่า พฤติกรรมการล่าของแมวไม่เกี่ยวข้องกับความหิวโดยตรง แต่เป็นกิจกรรมที่ให้ “ความพึงพอใจ” ทางจิตใจและเป็นผลมาจากแรงขับสัญชาตญาณ
(Bradshaw, J. (2013). Cat Sense: How the New Feline Science Can Make You a Better Friend to Your Pet.)

🧠 การล่า = การกระตุ้นสมอง

แม้จะได้รับอาหารเพียงพอ แต่แมวยังต้องการการกระตุ้นทางจิตใจและร่างกาย การล่าจึงเป็นรูปแบบของการใช้ “พลังงานส่วนเกิน” เพื่อเสริมสร้างความกระฉับกระเฉง ช่วยฝึกทักษะการเคลื่อนไหว สังเกต และควบคุมกล้ามเนื้อ

งานศึกษาในวารสาร Journal of Veterinary Behavior (Ellis et al., 2016) พบว่าแมวที่ไม่ได้รับการกระตุ้นพฤติกรรมล่ามีแนวโน้มเบื่อ เครียด และอาจมีปัญหาพฤติกรรม เช่น การกัดหรือข่วนสิ่งของในบ้าน

🎁 ทำไมแมวถึง “มอบ” เหยื่อให้เรา?

แมวบางตัวอาจนำเหยื่อที่ล่ามาให้เจ้าของอย่างภาคภูมิใจ หลายคนเข้าใจว่าเป็น “ของขวัญ” หรือแสดงความรัก แต่ความจริงอาจลึกซึ้งกว่านั้น

  1. การแบ่งอาหารกับกลุ่ม – สะท้อนพฤติกรรมในกลุ่มแมวป่าที่นำเหยื่อมาแบ่งกับลูกหรือฝูง
  2. การสอนทักษะ – โดยเฉพาะในแม่แมวที่นำเหยื่อมาให้ลูกฝึกจับเอง พฤติกรรมคล้ายกันนี้อาจแสดงกับ “มนุษย์” ที่แมวมองว่าไม่เก่งด้านล่า

งานวิจัยของ Turner & Bateson (2000) กล่าวว่า แมวสามารถสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมกับมนุษย์ในลักษณะคล้ายความสัมพันธ์แม่-ลูก และแสดงพฤติกรรมคล้ายการฝึกสอน

🧩 แมวไม่ล่าเพราะหิว แต่เพราะ “ต้องการ”

การล่าไม่ใช่ผลจากความหิวโดยตรงเสมอไป แม้จะอิ่มแล้ว แมวก็ยังล่าเพราะ:

  • มีสิ่งกระตุ้น เช่น เสียงนกหรือหนู
  • เป็นกิจกรรมคลายเครียดหรือความเบื่อ
  • แสดงอาณาเขตและความเป็นเจ้าของ
  • พฤติกรรมสะท้อนความมั่นคงทางอารมณ์

งานวิจัยโดย Leyhausen (1979) ผู้เชี่ยวชาญพฤติกรรมสัตว์จากเยอรมนี อธิบายว่า “พฤติกรรมการล่า” ของแมวเป็นพฤติกรรมอิสระที่แยกจากแรงขับทางชีวภาพอย่างความหิว แต่เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดยเฉพาะ

🔄 สรุป

แม้ว่าจะมีอาหารในชามเต็มอยู่แล้ว แต่แมวก็ยังล่าเพราะมันคือส่วนหนึ่งของ “ตัวตน” การล่าคือความสนุก การกระตุ้นสมอง และการรักษาสัญชาตญาณให้แหลมคม พฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องผิดหรือผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณว่าพวกเขายังคงเป็นนักล่าผู้มีศักดิ์ศรีอยู่เสมอ.

แหล่งอ้างอิง:

  1. Bradshaw, J. W. S. (2013). Cat Sense: How the New Feline Science Can Make You a Better Friend to Your Pet. Basic Books.
  2. Ellis, S. L. H., Rodan, I., Carney, H., Heath, S., Rochlitz, I., Shearburn, L. D., … & Sparkes, A. H. (2016). AAFP and ISFM feline environmental needs guidelines. Journal of Feline Medicine and Surgery, 15(3), 219–230.
  3. Turner, D. C., & Bateson, P. (2000). The Domestic Cat: The Biology of its Behaviour. Cambridge University Press.
  4. Leyhausen, P. (1979). Cat Behavior: The Predatory and Social Behavior of Domestic and Wild Cats. Garland STPM Press.
Posted on

แมวกับพาหะนำโรคสู่คน

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่ได้รับความรักและความเอ็นดูจากผู้คนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นอกจากความน่ารักและความซุกซนแล้ว แมวยังอาจเป็นพาหะนำโรคต่างๆ ที่สามารถแพร่สู่คนได้อีกด้วย

โรคที่แมวสามารถแพร่สู่คนได้

โรคที่แมวสามารถแพร่สู่คนได้นั้นมีหลากหลาย โดยโรคที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

  • โรคข่วนแมว (Cat Scratch Disease) เกิดจากแบคทีเรีย Bartonella henselae ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำลายของแมว โรคนี้แพร่สู่คนผ่านทางรอยขีดข่วนหรือกัดของแมว อาการของโรค ได้แก่ ไข้ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองโต และอาจมีผื่นแดงบริเวณที่ถูกขีดข่วน
  • โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เกิดจากเชื้อไวรัส Rabies virus ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด รวมถึงแมว โรคนี้แพร่สู่คนผ่านทางรอยขีดข่วนหรือกัดของสัตว์ที่ติดเชื้อ อาการของโรค ได้แก่ ไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา
  • โรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) เกิดจากปรสิต Toxoplasma gondii ซึ่งอาศัยอยู่ในอุจจาระของแมว โรคนี้แพร่สู่คนผ่านทางการสัมผัสกับอุจจาระของแมวที่ติดเชื้อหรือการรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก อาการของโรค ได้แก่ ไข้ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองโต และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • โรคหอยโข่ง (Ringworm) เกิดจากเชื้อราหลายชนิด ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวหนังและขนของแมว โรคนี้แพร่สู่คนผ่านทางการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อหรือการสัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อรา อาการของโรค ได้แก่ ผื่นแดงเป็นวงกลมที่มีขอบยกสูงและมีอาการคัน
  • โรคแพ้ขนแมว (Cat Allergy) เกิดจากการแพ้โปรตีนที่พบในน้ำลาย ขน และผิวหนังของแมว อาการของโรค ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล ตาแดง คัน และอาจมีอาการหอบหืดได้

วิธีป้องกันการติดโรคจากแมว

แม้ว่าแมวอาจเป็นพาหะนำโรคต่างๆ ได้ แต่ก็มีวิธีป้องกันการติดโรคเหล่านี้ได้ โดยวิธีที่สำคัญ ได้แก่

  • ล้างมือให้สะอาด ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหลังจากสัมผัสกับแมวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนอุจจาระของแมว
  • หลีกเลี่ยงการถูกขีดข่วนหรือกัด หลีกเลี่ยงการเล่นกับแมวอย่างรุนแรงหรือการเข้าใกล้แมวที่ไม่คุ้นเคย
  • ฉีดวัคซีนให้แมว ฉีดวัคซีนให้แมวเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าและโรคหอยโข่ง
  • ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณที่แมวชอบอยู่ เพื่อกำจัดขนและอุจจาระของแมว
  • ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุก ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนรับประทานเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอยู่

การดูแลแมวอย่างปลอดภัย

การดูแลแมวอย่างปลอดภัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคจากแมวได้ โดยวิธีที่สำคัญ ได้แก่

  • พาแมวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ พาแมวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาโรคต่างๆ และรับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • รักษาสุขอนามัยของแมว รักษาสุขอนามัยของแมวโดยการแปรงขน อาบน้ำ และตัดเล็บเป็นประจำ
  • จัดหาอาหารและน้ำที่สะอาด จัดหาอาหารและน้ำที่สะอาดให้แมวอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
  • หลีกเลี่ยงการให้แมวออกไปนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการให้แมวออกไปนอกบ้านเพื่อป้องกันการสัมผัสกับสัตว์อื่นๆ ที่อาจติดเชื้อโรค

ข้อสรุป

แมวอาจเป็นพาหะนำโรคต่างๆ ที่สามารถแพร่สู่คนได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยการป้องกันและการดูแลแมวอย่างถูกวิธี ก็สามารถลดความเสี่ยงในการติดโรคจากแมวได้ โดยการล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการถูกขีดข่วนหรือกัด ฉีดวัคซีนให้แมว และดูแลสุขอนามัยของแมวอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใดๆ เกี่ยวกับโรคที่แมวสามารถแพร่สู่คนได้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม.

มีโอ อาหารแมว ปลาแซลมอน 1 กก.

ดูโปรโมชั่น

มีโอ โกลด์ อาหารแมวโต แมวเลี้ยงในบ้าน ขนาด 1.2 กก.

ดูโปรโมชั่น