Posted on

🫘 รู้ทันสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคไต ตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและงานวิจัย

สรุปสั้น ๆ: สาเหตุใหญ่ของโรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) คือ โรคเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง ส่วนปัจจัยที่ “เร่งให้ไตพังเร็วขึ้น” ได้แก่ เกลือ/โซเดียมสูง โรคอ้วน การสูบบุหรี่ การติดเชื้อและการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ยา/สมุนไพรทำลายไต สารพิษโลหะหนัก ความร้อน–ขาดน้ำจากงานกลางแจ้ง รวมถึงภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI) ที่ทำให้ไตทรุดกลายเป็นเรื้อรังได้ หากคุมเบาหวาน–ความดันดี กินเค็มน้อย เลี่ยงยา/สมุนไพรทำร้ายไต และตรวจคัดกรองตามสิทธิสุขภาพ จะลดเสี่ยงได้มากที่สุด NIDDK+1Department of Disease Control


🏥 โรคไตคืออะไร ทำไมสำคัญ

โรคไตเรื้อรังคือภาวะที่ไตถูกทำลายต่อเนื่องเป็น เดือน–ปี จนกรองของเสีย–ควบคุมเกลือแร่ได้แย่ลง เสี่ยงหัวใจวาย อัมพาต และไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตหรือต้องปลูกถ่ายไต การคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงช่วยชะลอโรคได้มากตั้งแต่ระยะต้น ๆ (ตรวจเลือดครีเอตินิน/คำนวณ eGFR และตรวจอัลบูมินในปัสสาวะ) CDCNIDDK


🔎 สาเหตุหลักที่ “ทำให้เกิดโรคไต” โดยตรง

🍬 เบาหวาน (Diabetes)

น้ำตาลในเลือดสูงทำลายตัวกรองหน่วยไตจนเกิด ไตเสื่อมจากเบาหวาน (diabetic kidney disease) เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของ CKD ในผู้ใหญ่ทั่วโลกและสหรัฐฯ NIDDKWorld Health Organization

🫀 ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันสูงทำลายหลอดเลือดฝอยในไต—ยิ่งบวมคั่งน้ำยิ่งดันความดันให้สูงขึ้น วนเป็นวงจรอันตราย จัดเป็นสาเหตุใหญ่รองจากเบาหวาน และการคุมให้ต่ำกว่า <130/80 มม.ปรอท ช่วยชะลอไตเสื่อมได้ (แนวทางรณรงค์ในไทย) NIDDK+1Department of Disease Control

🫘 โรคไตอักเสบ/ภูมิคุ้มกันทำลายไต และโรคทางพันธุกรรม

เช่น IgA nephropathy, lupus nephritis, โรคไตถุงน้ำหลายใบ (polycystic kidney disease) ฯลฯ กลุ่มนี้ทำให้ไตอักเสบ/เกิดพังผืดเรื้อรัง นำไปสู่ CKD ได้ NIDDK+1

🦠 การติดเชื้อที่ไต และ 🪨 การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

ไตอักเสบจากเชื้อ (pyelonephritis) ที่รักษาช้า–ซ้ำซ้อนทำให้ แผลเป็นของไต และกลายเป็น CKD ได้ ส่วน นิ่ว–ต่อมลูกหมากโต–การอุดกั้น ก็ทำให้ไตเสื่อมถาวรได้เช่นกัน NIDDK+1


⚠️ ปัจจัย “เร่งไตพัง” ที่แก้ไขได้ (ปรับพฤติกรรมแล้วเสี่ยงลด)

🧂 เกลือ/โซเดียมสูง

โซเดียมมากทำให้ความดันสูงและทำร้ายไตโดยอ้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำไม่เกิน โซเดียม 2,000 มก./วัน (≈เกลือ 1 ช้อนชา) เพื่อลดเสี่ยง ความดันสูง–โรคไต โดยตรง อนามัยมีเดีย+1

⚖️ โรคอ้วน และกลุ่มอ้วนลงพุง

โรคอ้วนเพิ่มโอกาสเป็นความดัน–เบาหวาน ซึ่งเป็นสองสาเหตุใหญ่ของ CKD ทำให้เสี่ยง CKD สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ข้อมูล ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC)) CDC

🚬 การสูบบุหรี่

เป็นปัจจัยเสี่ยง CKD และทำให้โรคหัวใจ–หลอดเลือดเลวลง ยิ่งซ้ำเติมไตเสื่อม (ข้อมูล CDC) CDC

💊 ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ใช้นาน/ใช้ผิด

ยาแก้ปวด–ลดไข้กลุ่มนี้ (เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ฯลฯ) ทำไตพังได้ โดยเฉพาะเมื่อกินประจำ/ภาวะขาดน้ำ/ความดันต่ำ (สถาบันโรคเบาหวานและทางเดินอาหารและโรคไตของสหรัฐฯ (NIDDK)) NIDDK+1

🧪 สารทึบรังสีและไตวายเฉียบพลัน (AKI)

สีย้อมทึบรังสีอาจก่อ ไตวายเฉียบพลัน ในบางราย และ AKI ซ้ำ ๆ เชื่อมโยงกับการลุกลามเป็น CKD เร็วขึ้น จึงต้องประเมินความเสี่ยงก่อนฉีดและเฝ้าระวังหลังฉีด (งานวิจัยทบทวน + แนวทางความรู้จาก NIDDK) PMC+1NIDDK

🌿 สมุนไพร/อาหารเสริมที่มี กรดอริสโตโลคิก

สาร aristolochic acid ในสมุนไพรบางชนิดทำให้ ไตเสื่อมถาวร และเพิ่มมะเร็งทางเดินปัสสาวะ (มีรายงานมานานและถูกจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายโดยเครือข่ายของ องค์การอนามัยโลก (WHO/IARC)) ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ไม่ขึ้นทะเบียน IARC PublicationsIMSEAR

🛢️ โลหะหนัก–สิ่งแวดล้อม (ตะกั่ว/แคดเมียม)

WHO ระบุชัด: ตะกั่วทำลายไตและเพิ่มความดันโลหิต ส่วนแคดเมียมมี “พิษต่อไต” และกำหนดค่าน้ำดื่มปลอดภัยไว้ที่ ≤0.003 มก./ลิตร จึงควรระวังแหล่งน้ำ–อาชีพเสี่ยง World Health Organization+1World Health Organization

☀️ ความร้อน–ขาดน้ำจากงานกลางแจ้ง (CKD of non-traditional causes)

หลักฐานพื้นที่ร้อนชื้น (อเมริกากลาง/เอเชียใต้) ชี้ว่า งานหนักกลางแจ้ง + ความร้อน + ขาดน้ำ เกี่ยวข้องกับ CKD ชนิดไม่ทราบสาเหตุ (CKDnt) โดย PAHO/WHO เสนอให้ลดภาระร้อนและเข้าถึงน้ำดื่มอย่างเพียงพอในกลุ่มแรงงาน iris.paho.org+1PMC


🔄 ความเชื่อมโยง “ไตวายเฉียบพลัน (AKI) → ไตเรื้อรัง (CKD)”

AKI ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉียบพลัน—มันสามารถ เร่งให้ไตเสื่อมถาวร ได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ/มีโรคร่วม/ได้รับยาทำลายไต จึงควรป้องกัน AKI และติดตามการทำงานของไตหลังเหตุการณ์ทุกครั้ง (แนวทางวิชาการ NIDDK) NIDDK


ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ “ฉบับคนไทย”

  • คุมเบาหวาน–ความดันให้ได้เป้า (HbA1c ส่วนใหญ่ <6.5–8% แล้วแต่กลุ่มอายุ/โรคร่วม; ความดัน <130/80 มม.ปรอท ตามคำแนะนำรณรงค์ของไทย) และ คัดกรองไตทุกปี ในผู้ป่วยเบาหวาน/ความดัน Department of Disease Control
  • ลดเค็ม ให้โซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน (เกลือ 1 ช้อนชา) เลี่ยงอาหารแปรรูป/ปรุงรสจัด ตาม กรมอนามัย อนามัยมีเดีย+1
  • หลีกเลี่ยงการใช้ NSAIDs ต่อเนื่องเอง ปรึกษาแพทย์–เภสัชกร โดยเฉพาะผู้สูงอายุ/เบาหวาน/ความดัน/CKD NIDDK
  • ระวังสมุนไพร/อาหารเสริมไม่ขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะที่มี aristolochic acid IARC Publications
  • แรงงานกลางแจ้ง ควรมีน้ำดื่ม–ช่วงพัก–ร่มเงาลดความร้อน และตรวจคัดกรองไตเป็นระยะในฤดูร้อนยาวนาน iris.paho.org
  • ใช้สิทธิ บัตรทอง/ประกันสุขภาพภาครัฐ เพื่อเข้าถึงการคัดกรองและการบำบัดทดแทนไตเมื่อจำเป็น (ฟอกเลือด/ล้างไตทางช่องท้อง) NHSO+1

🧾 คำย่อที่พบบ่อย

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) World Health Organization
  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) CDC
  • สถาบันโรคเบาหวานและทางเดินอาหารและโรคไต ของสหรัฐอเมริกา (NIDDK) NIDDK
  • ไตวายเฉียบพลัน (AKI) / โรคไตเรื้อรัง (CKD) NIDDK

✅ เช็กลิสต์ “ใครควรตรวจคัดกรองไตปีละครั้ง”

  • ผู้ป่วย เบาหวาน/ความดันโลหิตสูง
  • ผู้มี โรคอ้วน/สูบบุหรี่/ประวัติครอบครัวโรคไต
  • ผู้ที่ ใช้ NSAIDs ประจำ หรือเคยมี AKI
  • ผู้มีประวัติ นิ่ว–ทางเดินปัสสาวะอุดกั้น–ติดเชื้อไตซ้ำ
  • แรงงานกลางแจ้ง ในสภาพอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน
    (อ้างอิงเกณฑ์ความเสี่ยงจาก CDC/NIDDK และข้อแนะนำจากหน่วยงานไทย) CDCNIDDK

แหล่งอ้างอิง (หน่วยงานภาครัฐไทย & ต่างประเทศ)

หน่วยงานไทย

  1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข – ข่าวรณรงค์ “วันไตโลก” เน้นคุมเบาหวาน–ความดันและคัดกรองไตทุกปี (ปี 2567–2568) Department of Disease Control+1
  2. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข – ข้อแนะนำโซเดียม ≤2,000 มก./วัน และรายการอาหารโซเดียมสูง (อินโฟกราฟิก) อนามัยมีเดีย+2อนามัยมีเดีย+2
  3. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – เอกสารวิชาการโรคไตเรื้อรัง/การจัดระดับความรุนแรงและปัจจัยเสี่ยงในประชากรไทย training.dms.moph.go.th+1
  4. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) – สิทธิการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง (ฟอกเลือด/ล้างไต) และประกาศการจ่ายค่าบริการล่าสุด NHSO+2NHSO+2

หน่วยงานต่างประเทศ

  1. สถาบันโรคเบาหวานและทางเดินอาหารและโรคไต ของสหรัฐอเมริกา (NIDDK) – สาเหตุ CKD ในผู้ใหญ่, ความดันโลหิตกับโรคไต, การป้องกัน/จัดการ CKD, NSAIDs ทำลายไต, ภาวะ AKI เชื่อมกับ CKD (ทบทวนล่าสุด ก.พ. 2025 หลายหน้า) NIDDK+4NIDDK+4NIDDK+4
  2. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) – ปัจจัยเสี่ยง CKD (โรคอ้วน, สูบบุหรี่, เบาหวาน, ความดันฯ) และแฟกต์ชีต CKD 2023/2024 CDC+2CDC+2
  3. องค์การอนามัยโลก (WHO) – ข้อเท็จจริงโรคเบาหวาน/ความดัน, ข้อกำหนดสารตะกั่ว–แคดเมียมและพิษต่อไต (water guideline/chemical safety) World Health Organization+2World Health Organization+2World Health Organization
  4. องค์การอนามัยแพน–อเมริกา (PAHO/WHO) – หลักฐาน CKD จากความร้อน–ขาดน้ำในแรงงาน (CKDnt) และรายงานปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ iris.paho.org+1
  5. บทปริทัศน์วิชาการ (สืบค้นจากฐาน NCBI/PMC) – ภาวะไตวายเฉียบพลันจากสีย้อมทึบรังสี (CIN/CA-AKI) และความร้อนกระทบไต PMC+2PMC+2
  6. WHO/IARC – เอกสารประเมินความเสี่ยงสาร aristolochic acid ในสมุนไพรที่ทำให้เกิด nephropathy และมะเร็งทางเดินปัสสาวะ IARC Publications

Posted on

รู้ทันโรคไตเสื่อม: วิธีสังเกตอาการ พร้อมแนวทางป้องกันตามงานวิจัย

โรคไตเสื่อม (โรคไตเรื้อรัง – Chronic Kidney Disease: CKD) กำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย จากข้อมูลของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พบว่าโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น จนกระทั่งเข้าสู่ระยะรุนแรง ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าสู่ภาวะไตวายโดยไม่รู้ตัว

จากรายงานของ โครงการศึกษาภาระโรคทั่วโลก (Global Burden of Disease Study 2017) โรคไตเรื้อรังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 12 ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำ

อาการของโรคไตเสื่อม: สังเกตได้จากอะไรบ้าง

แม้ว่าโรคไตเสื่อมจะเริ่มต้นโดยไม่มีอาการ แต่เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 3–5 ผู้ป่วยมักแสดงอาการต่างๆ ที่สามารถสังเกตได้ เช่น:

  1. อาการบวม โดยเฉพาะที่หน้า ขา และเท้า
    จากการศึกษาของ มูลนิธิโรคไตแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Kidney Foundation: NKF, 2020) ระบุว่าอาการบวมมักเกิดจากการสะสมน้ำที่ไตไม่สามารถขับออกได้
  2. ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน ปัสสาวะมีฟอง หรือมีเลือดปน
    งานวิจัยในวารสาร ไตอินเตอร์เนชันแนลรีพอร์ตส์ (Kidney International Reports, 2021) พบว่าผู้ป่วยโรคไตเสื่อมมีแนวโน้มปัสสาวะผิดปกติสูงกว่ากลุ่มควบคุมถึง 3 เท่า
  3. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด หรือเบื่ออาหาร
    ไตที่เสื่อมจะผลิตฮอร์โมน อิริโทรโพอิติน (Erythropoietin) น้อยลง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (anemia) จากข้อมูลของ สมาคมโรคไตแห่งอเมริกา (American Society of Nephrology: ASN, 2020)
  4. ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก
    ไตเกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบคุมสมดุลเกลือและน้ำ งานวิจัยจากวารสาร ความดันโลหิตสูง (Journal of Hypertension, 2020) ชี้ว่าผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังมักต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันเพื่อลดความดัน

กลุ่มเสี่ยงของโรคไตเสื่อม

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetes) และความดันโลหิตสูง (Hypertension)
  2. ผู้สูงอายุ
  3. ผู้ที่มีประวัติโรคไตในครอบครัว
  4. ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs – Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs) อย่างต่อเนื่อง

จากงานวิจัยของ วารสารแลนเซตเบาหวานและต่อมไร้ท่อ (Lancet Diabetes & Endocrinology, 2019) พบว่าเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรังในกว่า 40% ของผู้ป่วยทั่วโลก

วิธีป้องกันโรคไตเสื่อม: ทำได้อย่างไร?

  1. ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์
    งานวิจัยใน วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (New England Journal of Medicine: NEJM, 2019) แสดงว่า การควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้อย่างมีนัยสำคัญ
  2. ลดการบริโภคเกลือและโปรตีนมากเกินไป
    งานวิจัยจาก วารสารสมาคมโรคไตแห่งอเมริกา (Clinical Journal of the American Society of Nephrology: CJASN, 2021) แนะนำให้จำกัดเกลือไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม/วัน และโปรตีนที่เหมาะสมคือ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น
    โดยเฉพาะยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ที่มีผลกระทบต่อไตโดยตรง งานวิจัยใน บีเอ็มเจโอเพ่น (BMJ Open, 2020) ชี้ว่าการใช้ NSAIDs เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันในผู้สูงอายุถึง 1.6 เท่า
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนัก
    จากการศึกษาของ วารสารโภชนาการไต (Journal of Renal Nutrition, 2022) พบว่าการออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงโรคไตได้
  5. ตรวจคัดกรองไตเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
    การตรวจค่าครีอะตินิน (Creatinine), อัตราการกรองของไต (eGFR – Estimated Glomerular Filtration Rate) และโปรตีนในปัสสาวะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจพบโรคไตในระยะเริ่มต้น

สรุป

โรคไตเสื่อมเป็นภัยเงียบที่สามารถป้องกันและชะลอได้ หากรู้เท่าทันสัญญาณอาการและปัจจัยเสี่ยง การตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ การเลือกพฤติกรรมที่เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ส่งผลต่อไตโดยไม่จำเป็น จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาว.

แหล่งอ้างอิง:

  1. Global Burden of Disease Study 2017. Lancet.
  2. National Kidney Foundation (NKF). “Kidney Disease Facts.” 2020.
  3. American Society of Nephrology (ASN). “Anemia and CKD.” 2020.
  4. Kidney International Reports, 2021;6(5):1234–1242.
  5. Journal of Hypertension. 2020;38(7):1364–1372.
  6. Lancet Diabetes & Endocrinology. 2019;7(6):426–438.
  7. New England Journal of Medicine. 2019;380:1811–1821.
  8. Clinical Journal of the American Society of Nephrology (CJASN). 2021;16(2):282–291.
  9. BMJ Open. 2020;10(5):e036283.
  10. Journal of Renal Nutrition. 2022;32(1):75–83.
Posted on Leave a comment

อาหารยอดนิยมเพื่อสุขภาพ “ไต” ที่ดี

ไตเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญในการกรองของเสียและสารพิษออกจากเลือดของเรา การรักษาสุขภาพของไตให้ดีที่สุดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความเป็นอยู่ที่ดีและอายุที่ยืนยาว แม้ว่าปัจจัยต่างๆ จะส่งผลต่อสุขภาพไต แต่การรับประทานอาหารที่สมดุลคือปัจจัยสำคัญในการบำรุงอวัยวะสำคัญนี้ เราจะมาสำรวจอาหารบำรุงไตที่สามารถส่งเสริมสุขภาพและการทำงานของไตได้

ผลเบอร์รี่: ผลเบอร์รี่ เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งแอนโธไซยานิน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคไตเรื้อรัง (CKD) ผลไม้ที่อร่อยนี้ยังมีวิตามินซี แมงกานีส และไฟเบอร์ในปริมาณสูง จึงเป็นเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพไต

Continue reading อาหารยอดนิยมเพื่อสุขภาพ “ไต” ที่ดี