Posted on

🌿เปิดงานวิจัยเพกา (ลิ้นฟ้า): สมุนไพรไทยมากคุณค่า แต่ต้องใช้อย่างระวัง

เพกา (Oroxylum indicum) หรือ “ลิ้นฟ้า” เป็นพืชพื้นถิ่นที่ชาวไทยนิยมกินฝักอ่อนและยอดอ่อน และถูกใช้ในตำรับยาพื้นบ้านมาช้านาน งานวิจัยสมัยใหม่เริ่มยืนยันฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงมีการศึกษาทดลองทางคลินิกเล็ก ๆ เกี่ยวกับการทำงานของสมอง แต่หลักฐานมนุษย์ยังมีจำกัด ขณะเดียวกันมีประเด็นความปลอดภัยที่ควรรู้ เช่น อาการทางทางเดินอาหารเล็กน้อย และ “ความเสี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยา” ผ่านเอนไซม์เมตาบอลิซึม ไซโตโครมพี450 3เอ4 (Cytochrome P450 3A4: CYP3A4) และ ไซโตโครมพี450 2ซี9 (Cytochrome P450 2C9: CYP2C9) ที่เกี่ยวกับยาหลายชนิด จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและไม่ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์มาตรฐาน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อ ให้ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับสมุนไพรเพกา (ลิ้นฟ้า) ตามหลักฐานการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์และเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แทน คำวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากคุณมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควร ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนการใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเพกา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณ

🌿 เพกาคืออะไร

เพกาเป็นไม้ยืนต้นวงศ์แค (Bignoniaceae) พบทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น ลิ้นฟ้า มะลิ้นไม้ เปลือกและรากใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาไทย ส่วนฝักอ่อนและยอดอ่อนใช้เป็นอาหาร ชื่อวิทยาศาสตร์ Oroxylum indicum ยืนยันโดยฐานข้อมูลสมุนไพรและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งอธิบายลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์พื้นบ้านไว้โดยละเอียด. Medplant

🔬 สารสำคัญและกลไกที่น่าจับตา

เพกามีฟลาโวนอยด์สำคัญ เช่น ไบคาลีน (baicalein), ไครซิน (chrysin) และอนุพันธ์อื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ หลายด้าน จากการทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ. PubMedMDPI


✅ หลักฐาน “สรรพคุณ” ตามงานวิจัย (ปัจจุบัน)

🧯 ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ

งานทดลองใหม่ ๆ รายงานว่า สารสกัดเพกา มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งปฏิกิริยากลูเคชัน/ออกซิเดชันในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง บางการศึกษายังชี้ว่ากรรมวิธีอาหารแบบไทย (เช่นการย่าง/คั่ว) มีผลต่อองค์ประกอบฟลาโวนอยด์และศักยภาพต้านการอักเสบด้วย อย่างไรก็ดี ยังขาดการยืนยันในมนุษย์วงกว้าง. PMCScienceDirect

🧠 การทำงานของสมองและความจำ

มีการทดลองแบบสุ่ม ปกปิดสองฝ่าย มีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก นาน 12 สัปดาห์ ในผู้สูงอายุที่มีคำบ่นเรื่องความจำ ให้สารสกัดมาตรฐานเพกา 500 มก. วันละสองครั้ง พบการปรับดีขึ้นบางแบบทดสอบความจำ เมื่อเทียบยาหลอก และรายงาน อาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย เช่น แน่นท้อง/ปวดศีรษะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย งานวิจัยนี้เป็น “หลักฐานมนุษย์ชิ้นแรก ๆ” จึงยังต้องรอการยืนยันซ้ำ. PubMed

💩 ระบบทางเดินอาหาร (ตามตำรับยาไทย)

เพกาถูกใช้ร่วมในตำรับยาไทย เช่น เหลืองปิดสมุทร เพื่อลดอาการท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ โดยมีข้อมูลทดลองในสัตว์สนับสนุนฤทธิ์ลดอาการท้องเสียและต้านจุลชีพบางชนิด แต่ยังขาดการทดลองในมนุษย์ที่มีกลุ่มควบคุมอย่างเป็นระบบ. Medplant

🧬 ต้านการกลายพันธุ์ (ระดับห้องปฏิบัติการ)

สารสกัดเมทานอลจากเพกาแสดงฤทธิ์ ต้านสารก่อกลายพันธุ์ ในการทดสอบแบบ เอมส์เทสต์ (Ames test) ซึ่งเป็นหลักฐานระดับห้องปฏิบัติการ ยังไม่เท่ากับประสิทธิผลเชิงคลินิกในมนุษย์. Taylor & Francis Online+1

หมายเหตุสำคัญ (เบาหวาน): มี “ข้อมูลบิดเบือน” บนโซเชียลที่กล่าวอ้างว่าเพการักษาเบาหวานได้ หน่วยงานภาครัฐไทยยืนยันว่า ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันการรักษาเบาหวานในมนุษย์ แม้ตำรับไทยจะกล่าวถึง “บำรุงเลือด” ในบางส่วน ดังนั้นไม่ควรใช้แทนยารักษาเบาหวาน. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย


⚠️ โทษและข้อควรระวัง

🤢 อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ

งานวิจัยในคนรายงานแนวโน้ม อาการทางทางเดินอาหารเล็กน้อย และ ปวดศีรษะ เมื่อรับประทานสารสกัดเพกาแบบมาตรฐาน 500 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์. PubMed

💊 ปฏิกิริยาระหว่างยาที่ “อาจเกิดได้”

สารสำคัญของเพกาอย่าง ไครซิน (chrysin) และ ไบคาลีน (baicalein) สามารถ ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4/CYP2C9 และตัวขนส่งยา ปั๊มไกลโคโปรตีน-พี (P-glycoprotein: P-gp) ในการศึกษา in vitro และสัตว์ทดลอง ซึ่ง อาจ เพิ่มระดับยาในเลือดของยาหลายกลุ่ม ตัวอย่างเช่น

  • ซิมวาสแตติน (simvastatin) — มีรายงานการรบกวนเมตาบอลิซึมโดยไบคาลีนในสัตว์ทดลอง,
  • นิโมดิพีน (nimodipine) — ไบคาลีนเพิ่มชีวปริมาณออกฤทธิ์ผ่านการยับยั้ง CYP3A4/P-gp,
  • ซิโลสตาซอล (cilostazol) — บทความทบทวนชี้ความเป็นไปได้ของปฏิสัมพันธ์ผ่าน CYP3A4
    ดังนั้นผู้ใช้ยาที่อาศัยเอนไซม์เหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเพกา หรือ ปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนทุกครั้ง. PMCPubMedTaylor & Francis OnlineFrontiers

🤰 การตั้งครรภ์และให้นมบุตร

มีงานสัตว์ทดลองรายงาน ฤทธิ์ต้านการฝังตัว/แท้งในระยะต้น จากสารสกัดเปลือกเพกา จึง ควรหลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ และยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอในช่วงให้นมบุตร. or.niscpr.res.in

🧪 ความเป็นพิษต่อตับ: ข้อมูลก่อนคลินิก

การทดสอบในหนูหลายชิ้นรายงานว่า ไม่พบพิษต่อตับ เมื่อให้สารสกัดเพกาในขนาดที่สอดคล้องกับการใช้ทางโภชนเภสัช แต่ยังต้องการข้อมูลในมนุษย์ที่มากขึ้นก่อนสรุปความปลอดภัยระยะยาว. SAGE JournalsFASEB Journal


🍽️ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย (ในบริบทอาหาร)

  • กินเป็น “ผัก” จากฝักอ่อน/ยอดอ่อนที่ผ่านความร้อน ทำให้รสขมลดลงและย่อยง่ายขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการกินร่วมกับยาที่มีช่วงการรักษาแคบ (เช่น บางยาลดไขมัน/ยาควบคุมหัวใจ/ยาต้านเกล็ดเลือด) จนกว่าจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเสี่ยง CYP3A4/CYP2C9/P-gp ตามที่กล่าวข้างต้น
  • หากมีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์/วางแผนมีบุตร/ให้นมบุตร หรือคิดใช้ “สารสกัด” เพกาในขนาดสูง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

🧾 เพกาในตำรับยาไทยและข้อกำกับดูแล

  • เอกสารอ้างอิงผลิตภัณฑ์สมุนไพรของ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (Department of Thai Traditional and Alternative Medicine: DTAM) ระบุ “เปลือกเพกา” เป็นองค์ประกอบในบางตำรับยาไทย (เช่น กลุ่มตำรับยาระบบทางเดินอาหาร). dtam.moph.go.th
  • การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรในไทยอยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration: FDA) ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี เลขใบอนุญาต ตรวจสอบได้. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา+1

🧭 บทสรุปเชิงบรรณาธิการ

หลักฐานวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน “สนับสนุนระดับต้น” ว่าเพกามีศักยภาพต้านการอักเสบ/อนุมูลอิสระ และมีสัญญาณที่น่าสนใจต่อการทำงานของสมองจากการทดลองในคนขนาดเล็ก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะอ้างสรรพคุณรักษาโรคเฉพาะ (เช่น เบาหวาน) การใช้เพกาในมื้ออาหารทั่วไป เป็นไปได้ หากไม่มีข้อห้าม แต่การใช้ สารสกัด/ผลิตภัณฑ์ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดหรือมีภาวะพิเศษ


แหล่งอ้างอิงวิชาการ

  1. Rodwattanagul S, et al. (2025). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ/ต้านไกลเคชัน/ต้านอักเสบของเพกา. PMC
  2. Lopresti AL, et al. (2021). การทดลองแบบสุ่มควบคุมสารสกัดเพกาต่อความจำ (ขนาด 500 มก. วันละ 2 ครั้ง; อาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อย). PubMed
  3. Nik Salleh NNH, et al. (2020). ทบทวนเชิงระบบ: ไบคาลีนจากเพกาและศักยภาพทางรักษา. PubMedMDPI
  4. รายงานฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ระดับเอมส์เทสต์. Taylor & Francis Online+1
  5. บทความ/การทดลองเรื่องการยับยั้ง CYP3A4/CYP2C9 โดยไครซิน/ไบคาลีน และปฏิสัมพันธ์กับยาบางชนิด. PMCPubMedTaylor & Francis OnlineFrontiers
  6. สารสนเทศสมุนไพรเพกา—ลักษณะ/การใช้พื้นบ้าน. Medplant

แหล่งอ้างอิง “หน่วยงานรัฐ”

  • กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM): เอกสารอ้างอิงผลิตภัณฑ์สมุนไพร/ส่วนประกอบตำรับยาไทย. dtam.moph.go.th
  • ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ร่วมกับ DTAM: ชี้แจงว่า “ไม่มีหลักฐานรักษาเบาหวาน”. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration: FDA) กระทรวงสาธารณสุข: ข้อกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สมุนไพร และช่องทางตรวจสอบใบอนุญาต. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา+1
  • ฐานข้อมูลโภชนาการ กรมอนามัย (Department of Health): ระบบสืบค้นคุณค่าทางอาหารของอาหารไทย (อ้างอิงฐานข้อมูลรัฐสำหรับผักพื้นบ้าน). thaifcd.anamai.moph.go.th