การตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertensive Disorders of Pregnancy: HDP) เป็นปัญหาสำคัญด้านสุขภาพมารดาทั่วโลก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ งานวิจัยใหม่จากประเทศญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025 ชี้ว่า
เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษแบบเกิดขึ้นเร็ว (Early-Onset Preeclampsia) มีแนวโน้มที่จะเกิด “พัฒนาการล่าช้า” โดยเฉพาะในด้าน การแก้ปัญหา (Problem Solving) มากกว่าเด็กทั่วไป
👩🔬 รายละเอียดของการศึกษา
งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Tohoku Medical Megabank Project Birth and Three-Generation Cohort Study ในประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการศึกษาเชิงระยะยาว (Cohort Study) ที่เก็บข้อมูลจาก มารดาและบุตรจำนวน 14,023 คู่ ระหว่างปี ค.ศ. 2013–2017 และทำการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2024
นักวิจัยได้จำแนกภาวะ HDP ออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่
- ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Gestational Hypertension)
- ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)
โดยใช้ข้อมูลจากบันทึกการฝากครรภ์ของมารดาเพื่อตรวจสอบว่ามีการวินิจฉัยโรคเหล่านี้หรือไม่
🧩 วิธีประเมินพัฒนาการของเด็ก
เด็กที่เข้าร่วมการศึกษาจะได้รับการประเมินพัฒนาการใน 5 ด้านหลัก ได้แก่
- การสื่อสาร (Communication)
- การเคลื่อนไหวแบบกว้าง (Gross Motor)
- การเคลื่อนไหวละเอียด (Fine Motor)
- การแก้ปัญหา (Problem Solving)
- การเข้าสังคมส่วนบุคคล (Personal-Social)
การประเมินนี้จัดทำในช่วงอายุ 6, 12, 24, 42 และ 48 เดือน โดยนักวิจัยใช้ แบบจำลอง Latent Class Trajectory Model เพื่อระบุรูปแบบของพัฒนาการ และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ
- กลุ่มปกติ (Normal)
- กลุ่มล่าช้า (Delay)
- กลุ่มฟื้นกลับทัน (Catch-up)
📊 ผลการศึกษา
จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มารดา 1,406 ราย (10%) มีภาวะ HDP
ผลการวิเคราะห์พบว่า
- ภาวะครรภ์เป็นพิษที่เกิดขึ้นเร็ว (Early-Onset Preeclampsia) มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงที่เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้าในด้าน การแก้ปัญหา (Problem Solving) โดยมีอัตราส่วนความเสี่ยง (Risk Ratio, RR) เท่ากับ 2.90 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% CI, 1.43–5.89; P = .047)
- ในด้านอื่น ๆ เช่น การสื่อสาร การเคลื่อนไหวแบบกว้าง และการเคลื่อนไหวละเอียด พบแนวโน้มความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ถึงระดับที่มีนัยสำคัญทางสถิติ
- เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มเด็กที่คลอดครบกำหนด (term-born) พบว่าแนวโน้มดังกล่าวยังคงมีอยู่ แม้จะลดความชัดเจนลงหลังจากปรับค่าทางสถิติแล้ว
🧒 ผลกระทบต่อเด็กคลอดก่อนกำหนด
การวิเคราะห์แบบแยกกลุ่ม (subgroup analysis) พบว่า
“การคลอดก่อนกำหนด (Preterm birth)” เป็นปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างภาวะ HDP กับพัฒนาการของเด็กได้อย่างชัดเจน
กล่าวคือ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดและเคยได้รับผลกระทบจากภาวะครรภ์เป็นพิษในครรภ์ จะมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาล่าช้ามากกว่าเด็กที่คลอดครบกำหนด
🩺 ข้อเสนอแนะทางคลินิก
นักวิจัยเสนอว่า
- ผู้ตั้งครรภ์ที่มีภาวะ HDP ควรได้รับ การดูแลและบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง (Expectant Management) เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะที่อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดโดยไม่จำเป็น
- เด็กที่เคยได้รับผลกระทบจากภาวะ ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ควรได้รับ การติดตามพัฒนาการในระยะยาว โดยเฉพาะด้านการแก้ปัญหาและการเคลื่อนไหวแบบกว้าง
- การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และให้การกระตุ้นพัฒนาการ (Early Intervention) ได้อย่างทันท่วงที
🌍 ความสำคัญของงานวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ผลกระทบของภาวะครรภ์เป็นพิษไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงตั้งครรภ์” แต่สามารถส่งผลต่อ พัฒนาการของสมองและระบบประสาทของเด็กในระยะยาว
การเข้าใจกลไกนี้จะช่วยให้แพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการติดตามพัฒนาการของเด็กหลังคลอด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
🧾 สรุปโดยรวม
- ภาวะครรภ์เป็นพิษที่เกิดขึ้นในช่วงต้น (Early-Onset Preeclampsia) มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะด้านการแก้ปัญหา
- ผลกระทบนี้รุนแรงขึ้นในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด
- การเฝ้าระวังพัฒนาการตั้งแต่วัยทารกจนถึงก่อนวัยเรียนมีความสำคัญต่อการพัฒนาในระยะยาว
📚 แหล่งอ้างอิง
- Chen G, Ishikuro M, Kuriyama S, et al. Associations of Hypertensive Disorders of Pregnancy With Child Developmental Patterns. JAMA Network Open. 2025;8(11):e2545719. doi:10.1001/jamanetworkopen.2025.45719
- Tohoku Medical Megabank Organization, Tohoku University, Japan
- World Health Organization (WHO): Hypertensive disorders of pregnancy – key facts
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC): Pregnancy complications and infant outcomes
🟣 หมายเหตุสำคัญสำหรับผู้อ่านเว็บไซต์
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์เชิงวิชาการแก่สาธารณชน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แทนคำปรึกษาทางการแพทย์ หากผู้อ่านอยู่ในภาวะตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงหรือมีประวัติความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ
