Posted on Leave a comment

ผลการวิจัยล่าสุดบ่งชี้ว่าการเดินหลังรับประทานอาหารเพียงสองนาทีสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้

การศึกษาวิจัยในปี 2022 ที่เผยแพร่ในวารสารสปอร์ตเมดิซีน(Sports Medicine) ระบุว่าการเดินสั้นๆ เพียง 2-5 นาทีหลังจากรับประทานอาหารสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้พบได้ทั่วไปในวิถีชีวิตแบบชาวเมดิเตอร์เรเนียน เป็นที่รู้กันว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน การศึกษาวิจัยเปรียบเทียบผลกระทบของการนั่ง การยืนและการเดินต่อระดับอินซูลินและน้ำตาลในเลือด โดยการวิเคราะห์งานวิจัย 7 เรื่องที่แตกต่างกัน พบว่าการเดินกลางแจ้งเป็นช่วงๆ หลังอาหารมีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยลดลงเฉลี่ย 17.01% เมื่อเทียบกับการนั่งเป็นเวลานาน ส่วนการยืนก็ยังส่งผลในเชิงบวกแต่ไม่ได้ผลเท่ากับการเดิน การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการลดลงอย่างรวดเร็วของน้ำตาลในเลือดนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ การเคลื่อนไหวจะช่วยล้างน้ำตาลออกจากกระแสเลือดได้ ทำให้การเดินหลังมื้ออาหารเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การปฏิบัติตามมาตรฐานการออกกำลังกายที่ได้รับคำแนะนำอย่างถูกวิธี ซึ่งรวมถึงการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็สามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้อย่างมาก การออกกำลังกายเพียง 21.43 นาทีต่อวันสามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากสาเหตุใดๆ ลงได้หนึ่งในสาม ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา.

Posted on Leave a comment

ผลวิจัยบ่งชี้ว่าการออกกำลังกายในช่วงบ่ายอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

ผลการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้บ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อาจได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกายในช่วงบ่ายมากกว่าการออกกำลังกายในตอนเช้า เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น การวิจัยนี้ดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลบริกแฮมและโรงพยาบาลสตรีและศูนย์เบาหวานจอสลิน ได้ดำเนินการวิจัยกับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน จำนวนกว่า 2,400 รายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ผู้เข้าร่วมทดลองสวมอุปกรณ์บันทึกความเร่งของเอวเพื่อติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายของตนเอง

ผลการวิจัยพบว่าผู้ที่ออกกำลังกาย “ระดับปานกลางไปจนถึงระดับที่หนักขึ้น” ในช่วงเวลาบ่ายพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัดที่สุด กิจกรรมประเภทนี้ ได้แก่ การเดินเร็ว การเล่นแบดมินตันเพื่อความบันเทิง และกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเดินป่า การวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือการขี่จักรยานที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น ผลเชิงบวกต่อระดับน้ำตาลในเลือดมีความสม่ำเสมอ แม้กระทั่งหลังจากวิเคราะห์ข้อมูลจากปีที่สี่ของการวิจัยแล้ว ผู้ที่ออกกำลังกายในช่วงเวลาบ่ายก็มีแนวโน้มที่จะลดหรือหยุดการใช้ยารักษาโรคเบาหวานที่ลดน้ำตาลได้มากขึ้น

ผลการวิจัยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่อาจเกิดขึ้นของจังหวะการออกกำลังกายในการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ก็มีข้อจำกัดเนื่องจากไม่ได้พิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น การนอนหลับและการรับประทานอาหาร โดยผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้ง ดร.ลูซี่ แชมเบอร์ จากสถาบันโรคเบาหวานอังกฤษ (Dr. Lucy Chambers from Diabetes UK) ได้เน้นย้ำถึงประโยชน์จากการค้นหารูปแบบวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับความชอบของแต่ละบุคคลที่จะสามารถทำได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยไม่คำนึงถึงช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงว่าควรเป็นเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าการออกกำลังกายช่วงบ่ายจะเชื่อมโยงกับประโยชน์ที่สำคัญที่สุด แต่เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของการออกกำลังกายรูปแบบนี้ก็ยังไม่ชัดเจน และหลักฐานที่มีอยู่เกี่ยวกับช่วงเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดก็ยังคงคละเคล้ากันไป โดยผลการวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการดูแลเบาหวาน(Diabetes Care).