ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหา “ความรุนแรงในสถานพยาบาล (Workplace Violence: WPV)” กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลของวงการสาธารณสุขทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาจารุนแรง การคุกคาม ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในหน่วยบริการฉุกเฉินและหอผู้ป่วยที่มีความเครียดสูง
งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2025
ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจาก รายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety Event Reports: PSEs) ซึ่งถูกใช้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อศึกษาลักษณะของความรุนแรงในที่ทำงานของบุคลากรทางการแพทย์
ผลการศึกษานี้ชี้ว่า
“รายงานเหตุการณ์ PSE เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มศักยภาพ และสามารถช่วยวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของความรุนแรงในสถานพยาบาลได้อย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนป้องกันและปกป้องความปลอดภัยของบุคลากรแนวหน้าได้ดียิ่งขึ้น”
📋 รายละเอียดของการศึกษา
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดย ศูนย์วิจัย MedStar Health Research Institute รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา
ภายใต้การนำของ ดร. Azade Tabaie
เป็นการศึกษาภาคตัดขวาง (Cross-sectional Study) ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากรายงาน PSE ทั้งหมด 15,426 ฉบับ
ซึ่งถูกรวบรวมจาก ระบบโรงพยาบาลหลายแห่งในเขต Mid-Atlantic ของสหรัฐอเมริกา
ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 20 กันยายน 2023
จากรายงานทั้งหมด ทีมวิจัยคัดเลือกข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานที่ทำงาน (Workplace Violence: WPV) จำนวน 975 รายงาน (คิดเป็น 6.3%)
และทำการตรวจสอบเชิงลึกโดยนักวิจัยอิสระ 2 คน เพื่อยืนยันลักษณะของเหตุการณ์และความสอดคล้องของข้อมูล
⚠️ ผลการศึกษา: “เสียงสะท้อนจากแนวหน้า”
ในจำนวน 975 รายงาน พบว่า 831 เหตุการณ์ (85.2%) เป็นเหตุการณ์ที่เข้าข่าย “ความรุนแรงในที่ทำงาน (WPV)” โดยมีลักษณะดังนี้
| ประเภทเหตุการณ์ | จำนวน (%) | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 👥 ผู้ป่วยหรือญาติทำร้ายบุคลากร (Patient/Visitor-on-Staff) | 673 (76.7%) | พบมากที่สุดในทุกกรณี |
| 💬 การใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือคุกคาม (Verbal Harm) | 331 (39.8%) | เป็นรูปแบบความรุนแรงที่พบบ่อยที่สุด |
| 🧑⚕️ ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นพยาบาล | 277 (33.3%) | โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยและแผนกฉุกเฉิน |
| 😡 สาเหตุหลักของเหตุรุนแรง | — | ความ “กระวนกระวาย (Agitation)” 23.2% และ “ก้าวร้าว (Aggression)” 21.5% |
| 🚨 การเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าช่วยเหลือ | 391 (47.1%) | และมีการแจ้งตำรวจในบางกรณี (8.4%) |
| 🏥 สถานที่เกิดเหตุ | 767 (92.3%) | ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาล |
นอกจากนี้ยังพบว่า พยาบาลเป็นผู้รายงานเหตุการณ์มากที่สุด (64.1%) ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางจิตใจและความเสี่ยงที่บุคลากรกลุ่มนี้ต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง
🧠 ความหมายและข้อค้นพบที่สำคัญ
ผลลัพธ์จากการศึกษาเผยให้เห็นว่า “รายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย (PSEs)”
ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะต่อการปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเป็น ฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามและวิเคราะห์เหตุรุนแรงในระบบสาธารณสุข ได้อย่างละเอียด
ดร. Azade Tabaie ผู้วิจัยหลัก กล่าวว่า
“การใช้ข้อมูล PSEs เพื่อจำแนกและวิเคราะห์รูปแบบของเหตุรุนแรงในที่ทำงาน ช่วยให้เราเข้าใจได้มากขึ้นว่าความรุนแรงมักเกิดขึ้นเมื่อใด เกิดกับใคร และเกิดจากปัจจัยใด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาแผนป้องกันเชิงระบบ”
เธอเน้นว่า การนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เชิงรุกจะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถออกแบบมาตรการ “ป้องกันความรุนแรงเชิงเฉพาะจุด (Targeted Intervention)” ได้ เช่น
- การอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการสื่อสารกับผู้ป่วยก้าวร้าว
- การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง
- การวางระบบการรายงานเหตุรุนแรงแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อปกป้องผู้แจ้งเหตุ
🧩 ความสำคัญในเชิงนโยบาย
การวิจัยนี้ตอกย้ำความจริงว่า “ความรุนแรงในโรงพยาบาลไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ”
โดยเฉพาะในประเทศที่มีบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลน การดูแลจิตใจและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน
องค์กรต่าง ๆ เช่น Centers for Disease Control and Prevention (CDC) และ World Health Organization (WHO)
ต่างระบุให้การป้องกันความรุนแรงในสถานพยาบาลเป็น “ยุทธศาสตร์หลักของระบบสุขภาพปลอดภัย (Safe Health Workforce Strategy)”
หากสามารถใช้ข้อมูลจาก PSEs อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถ
- วางระบบติดตามเหตุรุนแรงแบบเรียลไทม์
- จัดสรรบุคลากรในพื้นที่เสี่ยงได้เหมาะสม
- และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของคนทำงาน” ควบคู่กับ “ความปลอดภัยของผู้ป่วย”
🕊️ บทสรุป
งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า รายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย (PSEs)
เป็น “ขุมข้อมูล” ที่สามารถใช้วิเคราะห์เหตุการณ์ความรุนแรงในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การเข้าใจลักษณะของความรุนแรง คือก้าวแรกของการป้องกัน”
และเมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจน องค์กรสามารถออกแบบแนวทางการป้องกันเฉพาะพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ — โดยเฉพาะพยาบาลที่อยู่แนวหน้า — ได้ทำงานอย่างปลอดภัย และลดความเครียดจากความรุนแรงในที่ทำงาน
📚 แหล่งอ้างอิง
- Tabaie A, et al. Insights From Patient Safety Event Reports on Workplace Violence in Health Care Settings. JAMA Network Open. 2025;8(11):e2544642. doi:10.1001/jamanetworkopen.2025.44642
- MedStar Health Research Institute, Maryland, USA
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC): Workplace Violence Prevention for Health Care and Social Service Workers
- World Health Organization (WHO): Framework for Safe and Respectful Health Workplaces
🟣 หมายเหตุสำหรับผู้อ่านเว็บไซต์
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้จากงานวิจัยทางการแพทย์ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแทนคำแนะนำจากหน่วยงานทางกฎหมายหรือสาธารณสุข หากคุณทำงานในสถานพยาบาลและประสบเหตุรุนแรง ควรรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายในอย่างเหมาะสม
